Friday, January 8, 2010

ภาคสาม ตอนที่ 41

ผมเข้าไปในร้านโดนัทตามใจบอยแม้ตนเองจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักก็ตาม ผมให้บอยเลือกโดนัทและเครื่องดื่มที่ต้องการ จากนั้นให้บอยไปนั่งรอที่โต๊ะ ส่วนผมเองไปยืนต่อแถวสั่งของให้ เมื่อได้ของมาแล้วก็ยกมาเสิร์ฟบอยที่โต๊ะ ภาพอดีตหวนเข้ามาในความคิดคำนึงของผมเป็นระยะๆ

“พี่อู วันนี้เป็นอะไรอะ ดูซึมๆไป ไม่กวนโอ๊ย อุ๊บ โทษฮะ ไม่กวนเหมือนเคย” บอยพยายามแหย่ผม กวนโอ๊ยเป็นภาษาสแลงของวัยรุ่นในยุคนั้น กวนเป็นคำไทย โอ๊ยเป็นคำจีนแต้จิ๋ว รวมแล้วแปลว่ากวนตีน สแลงคำนี้ติดภาษาอยู่พอสมควร นิยมใช้กันมาหลายปีอยู่เหมือนกัน

จริงสินะ วันคริสต์มาสปีนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร ไหนจะคิดมากเรื่องเวชและพวก ไหนยังจะคิดเรื่องวันเก่าๆที่สยามสแควร์อีก ไม่มีอารมณ์สนุกไปกับเทศกาลเลย ผมพยายามบ่ายเบี่ยงบอกบอยว่าไม่มีอะไร และพยายามทำตัวให้ร่าเริงเพื่อกลบเกลื่อนเพราะไม่อยากทำลายบรรยากาศสนุกสนานของมัน

กว่าจะกินโดนัทเสร็จก็เป็นเวลาพลบค่ำ สยามสแควร์เริ่มสว่างไสวจากแสงของหลอดไฟแทนแสงตะวัน อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็ว ช่วงปลายเดือนธันวาคมในปีนั้นอากาศเย็นพอดูเลยทีเดียว เราสองคนเดินออกมาจากร้านโดนัทและเดินไปบนทางเท้าริมถนนใหญ่ เมื่อมาเกือบถึงโรงหนังลิโด้ ผมก็พบกับหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ริมทางเท้า

ท่ามกลางบรรยากาศอันรื่นเริงของวันคริสต์มาส ผู้คนที่เดินขวักไขว่ล้วนแต่งตัวสวยงาม ต่างก็มุ่งมาเฉลิมฉลองและสนุกกับเทศกาล แต่หญิงชราคนนี้นั่งหลับตาพริ้มอยู่บนทางเท้า ดวงหน้าเรียบเฉยปราศจากความรื่นเริง ในมือของเธอถือถ้วยเล็กๆใบหนึ่ง ผู้คนเดินผ่านเธอไปมาอย่างไม่สนใจราวกับว่าเธอไม่มีตัวตน ใช่แล้ว เธอคือขอทานนั่นเอง

ขณะที่ผมเดินผ่านหญิงชราขอทาน ผมชะลอฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว ผมหันไปมองเธอและมองผู้คนที่อยู่รอบตัวเธอ ทำไมนะ โลกของเธอกับโลกของคนที่อยู่รอบๆตัวเธอมันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

เมื่อเดินมาอีกเพียงไม่กี่เมตร ที่ทางเท้าหน้าโรงหนังลิโด้ ผมก็ได้พบกับภาพชีวิตอีกฉากหนึ่ง เป็นภาพของวัยรุ่นสองคน คงแก่กว่าผมเพียงสองสามปีเท่านั้น ทั้งสองคนนั่งอยู่กับพื้น ตรงหน้าของทั้งสองมีขิมอยู่คนละตัว คนหนึ่งกำลังตีขิมขณะที่อีกคนหนึ่งกำลังนั่งพัก ตรงหน้าขิมมีกล่องหนังใบเล็กๆวางอยู่กับพื้น ในนั้นมีเศษเงินอยู่นิดหน่อย

แม้คนที่ตีขิมอยู่จะบรรเลงเพลงไทยได้อย่างไพเราะก็ตาม แต่วัยรุ่น นักเรียน และหนุ่มสาวที่อยู่ในวัยเดียวกับสองคนนี้ล้วนแต่เดินผ่านไปมาอย่างไม่สนใจไยดี

ภาพที่เห็นทำให้ผมอดสะท้อนใจไม่ได้ ขณะที่วัยรุ่นบางคนอิ่มหนำสำราญและกำลังรื่นเริงกับเทศกาล วัยรุ่นบางคนกลับต้องมานั่งตีขิมเพื่อหารายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องโดยไม่มีโอกาสไปรื่นเริงเลย ไม่แน่ว่าสองคนนี้อาจยังไม่ได้กินอาหารเย็นเลยด้วยซ้ำ ทำไมชีวิตจึงแตกต่างกันได้มากขนาดนี้ นี่ถ้าแต่ละคนช่วยสนับสนุนฝีมือพี่สองคนนี้คนละนิดละหน่อย ไม่แน่ว่าป่านนี้สองคนนี้อาจจะได้ไปเดินดูแสงสีในวันคริสต์มาสบ้างแล้วก็ได้ ไม่ต้องมานั่งตีขิมด้วยกล่องที่ว่างเปล่าขนาดนี้

“พี่อู” บอยเขย่ามือผม “ว้า แย่แล้ว นั่งก็ใจลอย ยืนก็ใจลอย นี่เดินยังใจลอยอีก”

ผมตื่นจากภวังค์ จากนั้นเดินย้อนไปหยอดเหรียญจำนวนหนึ่งลงในกล่องที่วางอยู่หน้าขิม ดูเหมือนจะมีผมคิดเรื่องนี้อยู่เพียงคนเดียวกระมัง แม้แต่บอยก็ดูจะไม่สนใจกับภาพที่เพิ่งประสบมา ผมอดคิดไปถึงไอ้นัยไม่ได้ นี่ถ้าไอ้นัยยังอยู่ ผมแน่ใจว่ามันต้องเข้าใจผม

เมื่อบอยกับผมเดินดูแสงสีทางด้านถนนใหญ่แล้ว จากนั้นเราก็ไปเดินตรงถนนเส้นที่อยู่หลังโรงหนังทั้งสาม ลานจอดรถด้านหลังโรงหนังถูกดัดแปลงให้เป็นเวทีแสดงดนตรี วัยรุ่นและหนุ่มสาวมาชุมนุมกันคับคั่งเพื่อชมการแสดง ผู้คนเบียดเสียดจนเดินแทบไม่ได้

“นายจะดูไหม” ผมถามบอย

“ดูดิ” บอยหัวเราะแจ่มใส “เบียดเข้าไปใกล้ๆเวทีอีกพี่อู ตรงนี้ไกลไปหน่อย”

เราสองคนเบียดเสียดฝ่าผู้คนเพื่อที่จะเดินเข้าไปใกล้เวทีแสดงให้มากขึ้น เมื่อเข้ามาในระยะที่พอมองเห็นเวทีได้ชัดแล้วก็หยุดยืนดู การแสดงบนเวทีเป็นเกมตอบปัญหาชิงรางวัลสลับกับการร้องเพลงของวงดนตรีวัยรุ่น

เวลาค่ำแล้ว แสงไฟที่เวทีสว่างไสว ส่วนลานที่คนดูยืนอยู่ค่อนข้างมืด มีเพียงแสงจากเสาไฟเพียงไม่กี่ต้นที่คอยให้ความสว่าง คนดูเบียดกันแน่น เบียดกันยิ่งกว่าตอนชมพลุเสียอีก ผู้ที่มาชมการแสดงส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและหนุ่มสาว มาทั้งชุดนักเรียนก็มี ความเบียดเสียดทำให้ผมกับบอยต้องยืนแนบชิดกัน

ผมเหลือบไปมองบอย วงหน้าอันแจ่มใสของมันมักมีรอยยิ้มแบบอารมณ์ดีอยู่เสมอ ผมสังเกตว่าเริ่มเห็นไรหนวดเขียวอ่อนๆที่เหนือริมฝีปากของมันแล้ว เวลามันแกล้งทำหน้าตายนี่... ผมอดไม่ได้เอื้อมมือไปกุมมือบอยเอาไว้

บอยจับมือผมบีบเบาๆ ผมกุมมือมันเอาไว้สักครู่จากนั้นก็เปลี่ยนจากการเอามือกุมมาเป็นการสอดนิ้วมือประสานกับนิ้วมือของมัน เรากุมมือประสานกันเช่นนั้นอยู่นาน ไม่มีใครเห็นว่าเราสองคนทำอะไรอยู่เพราะว่าคนเบียดเสียดกันมาก ผมอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้น ผมบีบมือบอยเอาไว้จนแน่น บอยก็บีบมือผมตอบ ในท่ามกลางความรู้สึกอันลางเลือน ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ากำลังกุมมือบอยหรือว่ากุมมือใครอยู่กันแน่...

“ทำไมนายไม่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆของนายวะ” ผมถามมันเบาๆ

“ก็อยากมากับพี่อูน่ะ ไปกับเพื่อนๆต้องออกเงินเอง มากับพี่อูสบายจะตาย ฮิฮิ” บอยตอบแบบทะเล้น ผมจ้องหน้ามัน มองเข้าไปในดวงตาของมันเพื่อค้นหาความจริงอะไรบางอย่าง บอยมองผมตอบแบบไม่หลบสายตา

“มองหน้าบอยทำไม มีอะไรเหรอ” บอยถาม “หน้าบอยเหมือนใครเหรอ”

“เอ้อ นายมีหนวดแล้วว่ะ เพิ่งสังเกต” ผมตอบเสเรื่องออกไป อดสะดุ้งกับคำถามของมันไม่ได้

“โธ่เอ๊ย นึกว่าอะไร” บอยหัวเราะเบาๆ บีบมือของผมที่ประสานอยู่กับมือของมัน “มือพี่อูเย็นเฉียบเลย หนาวเหรอ”

“รู้สึกเย็นนิดหน่อย” ผมตอบ บอยบีบมือที่ประสานกันให้กระชับแน่นขึ้นอีก ความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจากมือของบอยถ่ายทอดสู่มือของผมเหมือนกับจะช่วยขับไล่ความหนาวเย็นที่ปกคลุมหัวใจของผมอยู่ออกไป...

- - -

บอยเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีมาก เห็นมันมีความสุขขนาดนั้นผมเองก็พลอยรู้สึกสดชื่นขึ้นมาด้วย เรายืนชมกันจนเกือบสี่ทุ่มจึงกลับ ตอนขากลับ เราเดินออกไปทางถนนพญาไทเพราะว่าผมต้องไปขึ้นรถที่หน้ามาบุญครองเพื่อกลับหอพัก

“พี่อู บอยมีของขวัญวันคริสต์มาสให้พี่อู” บอยพูดขึ้นขณะที่เราเดินไปยังป้ายรถเมล์พร้อมกับยื่นถุงที่ถืออยู่ในมือมาตั้งแต่ตอนเย็นให้แก่ผม ผมสังเกตเห็นถุงกระดาษใบเล็กๆในมือของมันตั้งแต่แรกแล้ว นึกว่ามันซื้อของกลับบ้าน ไม่ได้นึกเลยว่าในนั้นจะเป็นของขวัญสำหรับผม

“...” ผมอึ้งไป รู้สึกตื้นตันใจจนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ได้แต่รับถุงใบนั้นมาถือเอาไว้ “อะไรอะ เปิดเลยได้ไหม”

“เปิดได้เลยฮะพี่อู” บอยตอบด้วยใบหน้าที่แจ่มใส ดวงตาเป็นประกาย มันคงลุ้นอยู่เหมือนกันว่าผมจะชอบของขวัญชิ้นนี้หรือไม่

ผมเปิดถุงกระดาษออก ข้างในมีห่อของขวัญขนาดเท่ากล่องใบเล็กๆอยู่... ผมแกะกระดาษห่อออกอย่างระมัดระวัง

“แกะช้าจัง” บอยเร่งอย่างตื่นเต้น ดูมันตื่นเต้นกว่าผมเสียอีก

“ใจเย็นๆดิ พี่ไม่อยากให้กระดาษห่อกับโบว์ขาดไป... พี่จะเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกด้วย” ผมพูด จำได้ว่าเมื่อนานมาแล้วมีใครคนหนึ่งเคยแกะกระดาษห่อของขวัญอย่างระวังแบบนี้และพูดกับผมแบบนี้เช่นกัน... ผมเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของคนผู้นั้นในตอนแกะของขวัญก็วันนี้เอง...

เมื่อผมแกะห่อของขวัญออกมา พบว่าข้างในเป็นเทปคาสเซ็ตต์ตลับหนึ่ง หน้าปกเป็นภาพทิวทัศน์ในฤดูหนาว ท้องฟ้าสีฟ้าหม่น พื้นขาวโพลนไปด้วยหิมะ มีต้นสนสีทึมๆอยู่สี่ต้น โทนของหน้าปกเทปเป็นสีฟ้าหม่นกับสีขาว ให้บรรยากาศเย็นยะเยือก หม่นหมอง และเงียบเหงา มันเป็นอัลบัมเพลงชุด December ของ George Winston เป็นเพลงที่บรรเลงด้วยเปียโนล้วนๆ ไม่มีเครื่องดนตรีอื่นเลย

“พี่อูเล่นเปียโนไม่ใช่เหรอ บอยเลยเลือกเพลงเปียโนให้เป็นของขวัญ” บอยพูด น้ำเสียงแสดงความภูมิใจกับของขวัญชิ้นนี้มาก ส่วนผมนั้นถึงกับน้ำตาซึม

“ขอบใจนายมากนะบอย พี่ไม่ได้เตรียมอะไรเป็นของขวัญให้นายเลย” ผมรู้สึกว่าเสียงของตนเองเครือนิดหน่อย ในใจรู้สึกผิดที่ไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรมาให้น้องเลย

“ไม่ต้องหรอกฮะ พี่อูเลี้ยงบอยมาตลอด...” บอยพูด แล้วหยุดไปนิดหนึ่ง จากนั้นทำหน้าทะเล้น “ถึงแม้พี่อูจะไม่ค่อยรู้จักหน้าที่ก็ตาม”

“ไอ้เปรต” ผมพูด อดยิ้มไปกับความกวนของมันไม่ได้ ส่วนบอยหัวเราะชอบใจ

หลังจากนั้นผมก็แยกจากบอย ขณะที่เดินทางกลับพอพัก ความคิดของผมวุ่นวายไปหมด ภาพเหตุการณ์ในอดีตลอยเข้ามาในห้วงคำนึงของผมเป็นฉากๆ ทำไมวันนี้ผมคิดถึงเรื่องเก่าๆมากมายนักก็ไม่รู้ และท้ายที่สุด ผมอดคิดถึงเด็กน้อยที่นอนที่ใต้สะพานพุทธที่ทำให้ผมตัดสินใจกลับต่างจังหวัดไม่ได้ เด็กเหล่านี้ผ่านวันคืนอันเหน็บหนาวอย่างไรนะ จากนั้นก็นึกถึงวัยรุ่นที่ตีขิมและหญิงชราขอทานที่เพิ่งพบเมื่อตอนหัวค่ำ... ในห้วงคำนึง ผมเหมือนกับกำลังค้นหาอะไรความจริงบางอย่างในชีวิตอยู่และใกล้จะไขว่คว้าเอาไว้ได้แล้ว แต่แล้วก็ยังคว้าไม่พบ...

ดึกแล้ว... หลังจากที่ผมกลับถึงหอพัก เมื่ออยู่คนเดียวในห้อง ผมหยิบเทปของบอยออกมาเปิดฟัง ผมนั่งฟังเพลงด้วยเครื่องวอล์กแมนเล็กๆซึ่งเป็นอุปกรณ์บันเทิงที่มีอยู่เพียงชิ้นเดียวในห้องของผม ท่ามกลางแสงจากโคมไฟอ่านหนังสือ เสียงเปียโนนุ่มนวล บรรยากาศที่หนาวเย็นของเดือนธันวาคม ผมเหม่อมองดูภาพฤดูหนาวของทางตะวันตกบนหน้าปกเทป และปล่อยให้หัวใจล่องลอยไปไกลแสนไกล...



<ท่ามกลางบรรยากาศอันรื่นเริงของวันคริสต์มาส ผู้คนที่เดินขวักไขว่ล้วนแต่งตัวสวยงาม ต่างก็มุ่งมาเฉลิมฉลองและสนุกกับเทศกาล แต่หญิงชราคนนี้นั่งหลับตาพริ้มอยู่บนทางเท้า ดวงหน้าเรียบเฉยปราศจากความรื่นเริง ในมือของเธอถือถ้วยเล็กๆใบหนึ่ง ผู้คนเดินผ่านเธอไปมาอย่างไม่สนใจราวกับว่าเธอไม่มีตัวตน ใช่แล้ว เธอคือขอทานนั่นเอง>



<เมื่อเดินมาอีกเพียงไม่กี่เมตร ที่ทางเท้าหน้าโรงหนังลิโด้ ผมก็ได้พบกับภาพชีวิตอีกฉากหนึ่ง เป็นภาพของวัยรุ่นสองคน คงแก่กว่าผมเพียงสองสามปีเท่านั้น ทั้งสองคนนั่งอยู่กับพื้น ตรงหน้าของทั้งสองมีขิมอยู่คนละตัว คนหนึ่งกำลังตีขิมขณะที่อีกคนหนึ่งกำลังนั่งพัก ตรงหน้าขิมมีกล่องหนังใบเล็กๆวางอยู่กับพื้น ในนั้นมีเศษเงินอยู่นิดหน่อย>



<เวลาค่ำแล้ว แสงไฟที่เวทีสว่างไสว ส่วนลานที่คนดูยืนอยู่ค่อนข้างมืด มีเพียงแสงจากเสาไฟเพียงไม่กี่ต้นที่คอยให้ความสว่าง คนดูเบียดกันแน่น เบียดกันยิ่งกว่าตอนชมพลุเสียอีก ผู้ที่มาชมการแสดงส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและหนุ่มสาว มาทั้งชุดนักเรียนก็มี ความเบียดเสียดทำให้ผมกับบอยต้องยืนแนบชิดกัน>



<อัลบัมเพลงบรรเลงด้วยเปียโนชุด ดีเซ็มเบอร์ (December) บรรเลงเปียโนโดยจอร์จ วินสตัน (Georege Winston) นักเปียโนผู้มีชื่อเสียงชาวอเมริกัน โทนเพลงในอัลบัมชุดนี้ออกไปทางช้าๆ เยือกเย็น ในความรู้สึกของผมคิดว่าออกไปทางเหงาๆด้วยซ้ำไป ที่เห็นในภาพเป็นภาพหน้าปกของออดิโอซีดี ส่วนที่เป็นเทปคาสเซ็ตต์ก็หน้าปกนี้เช่นกัน>

38 comments:

Anonymous said...

ขอบคุณครับคุณอู ที่ทำให้ผมมีความสุขตลอด2ปี ทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้ ขอให้คุณอูมีความสุขเช่นเดียวกันครับ
โอมครับ

Anonymous said...

สวัสดีครับ ดีใจจัง รักอาอูก่อนใคร

หลาน Arus ของอาอู

Anonymous said...

T-T นาทีเดียวกัน แต่เราได้ทีหลังสินะ T-T

กำลัง Download อยู่นะครับ แล้วจะส่งไปให้ทาง
Mail

ผมก็คนเดือนธันวาคมนะครับ
แม้มว่าวันเกิดที่ผ่านมาจะนั่งอยู่คนเดียว อ่านหนังสือ
ทั้งวัน ทั้งคืน ไม่ได้ไปไหน หรือฉลองอะไรก็ตาม
เพราะฉะนั้นผมคงชอบเพลง Album นี้เนอะ

หลาน Arus ของอาอู

All about Rose said...

มาดึก

Anonymous said...

สวัสดีครับ พี่อู ตอนนี้ อ่านแล้วได้หลายความรู้สึกจังเลยครับ
ชอบครับ

ไก่

Anonymous said...

ประสานมือน้องบอยเสียขนาดนั้น หลงรักน้องบอยเข้าไปแล้วสิ

โอม นัยจงกลับมา ๆ ๆ ๆ

Anonymous said...

เริ่มเหงาอีกแล้ว ความคิดเก่าๆ เริ่มเข้ามาในห้วง ความรู้สึกนี้จะมีมากในช่วงหน้าหนาว มันรู้สึกเหงาหว้าเว่อย่างไรชอบกล แต่ก็มีความรู้สึกดีๆ ที่อูกำลังจะมีความสุขที่มีบอยมาคอยเป็นเพื่อน แต่ถามว่าจะเหมือนนัยไหม คงไม่เหมือนเพราะนัยเป็นเพื่อนที่โตมาและเรียนมาด้วยกัน เรื่องบางอย่างจึงสามารถจะพูดได้หมด แต่บอยเป็นน้อง ความรู้สึกจึงเป็นอีกแบบหนึ่ง
ments42

little_tum said...

ขอบคุณน่ะครับ ที่เขียนเรื่องดี ๆ ให้ได้อ่านกัน
แอบอ่านเงียบๆ มานาน เคยนอนไม่หลับหลายคืน เคยแอบนั่งยิ้มคนเดียว เคยคิดว่าช่วงนึงในชีวิตเราก็เคยมีความรู้สึกเช่นนี้ และอีกหลาย ๆ สิ่้งหลาย ๆ อย่างที่ได้จากการอ่านเรื่องนี้

ขอขอบคุณอีกครั้งน่ะครับ

ตั้ม...ครับผม

Anonymous said...

ตอนนี้ดีจัง(วันนี้ดีจัง)

Anonymous said...

โอเคหนึ่งในสิบ
Oliver

Anonymous said...

ตอนนี้เป็นตอนที่ผมอ่านแล้วรู้สึกอิ่มอก อิ่มใจ ในอีกวัน

Anonymous said...

ลืมลงชื่อ Comment ที่ 11
Oliver

Anonymous said...

อืมม

ตอนนี้ก็หวานดีนะครับ

แอบเศร้าๆตอนบรรยายถึงขอทาน

เป็นกำลังใจนะครับ อาอู

บอกรักกันซะทีเหอะ บอย+อู เนี่ย - -

นั่งลุ้นจะแย่แล้ว

หลานหนิง

Anonymous said...

ตอบว่าชอบตอนไหนในนี้แล้วกัน

ชอบตอนบึงน้ำเร้นรัก อูกับนัยสองคน
ตอนนี้หวาม(หวามสะกดไม่ผิด) อบอุ่นดี

ตะลึงหักมุม ก็ตอนที่อูเจอนัยถูกจับที่ห้องน้ำ

เศร้าสุดๆกับตอนที่นัยกับอูจะจากกัน

ตอนนี้ก็ลุ้นฉากอีโรติคระหว่างอูกับบอย

thom

eiky said...

อี่อู ทำไม ตอนที่น่ารักๆ แบบนี้ มันถึงสั้นจังอ่ะครับ อยากอ่านเยอะๆ มากกว่าตอนเศร้าๆ อีก เพราะอ่านแล้ว มีความสุข เป็นกำลังใจให้นะครับ O.O

Sometimes, a secret heart cant be told,
Somday, a small dim light will be growth,
Somehow, being left privacy so slow,
Yes, that is why I am still moan.

Anonymous said...

ที่หนึ่งกับที่สองนาทีเดียวกันเลย บังเอิญแบบนี้หายากมาก เหลือเชื่อจริงๆ ยินดีที่ได้รู้จักโอมครับ แวะมาคอมเมนต์อีกบ่อยๆนะครับ สงสัยเราจะรุ่นใกล้ๆกัน

พี่ ments42 คราวนี้มาที่ 7 ไม่รอให้ถึงลำดับ 42 ค่อยมา ดีใจที่เห็นพี่ครับ แล้วยังมีไก่ มีตั้ม ที่เริ่มเข้ามาคอมเมนต์ หวังว่าคงได้อ่านคอมเมนต์กันอีกครับ

อ่านที่หลาน arus เขียนแล้วพลอยรู้สึกเหงาไปด้วย อยู่กับตัวเองบางทีมันก็ดี เพราะไม่ต้องง้อใคร แต่บางทีมันก็เหงาแหละ อาขออวยพรวันเกิดย้อนหลังให้หลานนะครับ

บอยเป็นเกย์หรือเปล่ายังไม่รู้เลย ใจร้อนไม่ได้หรอกครับ ถ้าพลาดพลั้งคงเสียน้องไปเลย อีกทั้งต้องให้เวลากับใจของอาเองด้วยครับหนิง

เทปคาสเซ็ตม้วนนี้ยังเก็บอยู่เลย เก่ามากแล้ว เสียงยานแล้วด้วย อีกอย่างเดี๋ยวนี้ไม่มีเครื่องเล่นเทปแล้วด้วย

คราวหน้าจะเอาเพลงโปรดของผมในชุดนี้มาให้ฟังกันครับ ที่โปรดมากที่สุดมีอยู่หนึ่งเพลง ลองทายดูว่าเพลงไหน

และแล้ว ชีวิตก็ต้องหักเหอีกครั้งหนึ่ง ตอนหน้าคงได้ทราบกันครับ

อู

Anonymous said...

ตอนนี้ โรแมนติก ดีจัง
ถ้าตอนนี้ออกตอนเดือนธันวา
รับรองติดท็อปกว่านี้แน่

คำถาม
1 ต้นสน 3 ต้นจริงเหรอ
2 ภาพประกอบ แค่ภาพประกอบ หรือว่ารูปจากเหตุการณ์จริง แต่คงไม่ใช่มั้นเห็นรูปยังใหม่จัง
แต่ถ้าไม่ใช่ แล้วมีรูปที่ถ่ายจริงจากตอนนั้นไหมครับ

ตอนนี้อ่านแล้วรื่นเริง แล้วก็ชื่นใจดี
แต่พออูตอบคอมเม้น เจอคำว่า หักเห อารมณ์จากเนื่องเรื่องข้างบนเลยเจือจางลงไปเลย

Anonymous said...

^
^
t1000 ลืมลงชื่อ

tangkwa said...

ตาร้อนค่ะตาร้อน

แตงอยากมีวันอย่างนั้นบ้างค่ะ

ถ้าได้ จะรักษามันไว้เท่าชีวิตเลยค่ะ

แตงค่ะ

Anonymous said...

สวัดดีวันเด็กครับ

ความคิดของผมตอนนี้

ผมอยากกลับไปเป็นเด็กอีครั้ง ความรู้สึกความสนุกสนานตอนเด็ก

ช่างเป็นอะไรที่วิเศษที่สุด

ตอนนี้ผม21แล่ว แต่ผมชอบชุดนักเรียนมากเลย

เวลาใครใส่ชุดนักเรียน ผมก้อจาชอบมองเค้ามากอะ

เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆต่อไปนะครับ

อาอู๋ ผม น้อยสุราด

Anonymous said...

ตอนนี้อ่านแล้วรู้สึก มีความสุขเล็กๆ ในมุมมืดน่ะคับ

ปล. หวัดหายแล้วคับ แต่ยังไม่ขาดเท่าไร ยังมึนๆ เป็นระยะๆ กินอยู่เลยคับ
^^sky^^

Anonymous said...

t1000 นี่ช่างสังเกตจริง

ผมพลาดเอง ขอบคุณครับ ภาพหน้าปกเวอร์ชันเทปคาสเซ็ตต์ไม่ได้มีรายละเอียดจนเห็นชัดว่าเป็นกี่ต้น เนื่องจากตลับเทปจะเล็กกว่าซีดี แต่เข้าใจว่าสามก็บอกว่าสาม เอามาจากความทรงจำเก่าๆ ตอนนั้นคิดยังไงก็บอกไปตามนั้น แต่แก้ให้แล้วเพื่อให้ถูกต้องตามจริงครับ (อ้อ มันคงเป็นต้นสน ไม่ใช่ต้นไม้ชนิดอื่นใช่ไหม ไม่ค่อนสันทัดเรื่องต้นไม้เกรงจะพลาดซ้ำสอง)

ภาพที่เอามาเป็นภาพประกอบ เป็นภาพหน้าปกซีดี หาเอาจากในเน็ต

เอ้อ ถามจัง บอกแล้วว่านิยาย นิยาย

ตอบหลานน้อย ตอนเป็นเด็กมันก็ดีแบบนี้ละครับ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากนัก มีผู้ใหญ่คอยกปกปัก พอโตขึ้นก็ต้องทำเองรับผิดชอบเอง สภาพชีวิตจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ตอบน้องแตงกว่า น้องแตงกวาสามารถสร้างอดีตอันงดงามเช่นนี้ไำด้เหมือนกัน ด้วยการทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่พูดง่าย ทำจริงๆก็ยากอยู่ บางทีก็อาจท้อจนคิดว่าเราทำวันนี้ให้ดีที่สุดไม่ไหว ต้องอาศัยความหวังและกำลังใจประกอบกันด้วยแหละครับ

หวัดของน้องฟ้าคราวนี้ดูจะเป็นนานทีเดียว

อู

Anonymous said...

พออ่านว่าชีวิตอาอูจะหักเหอีกครั้ง ผมนอนไม่หลับเลยทีเดียว
Oliver

Choo said...

อูเป็นเด็กมัธยมปลาย แต่มีมุมมองชีวิตที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่นะครับ หรือว่าคนที่ผ่านมรสุมหรือมีอุปสรรคในชีวิตมากๆ มักจะเข้าใจชีวิตมากกว่าคนที่ชีวิตราบเรียบไม่โลดโผน

นึกๆ ก็สงสารน้องบอยนะครับ คงเศร้าใจไม่น้อย ถ้ารู้ว่าเป็นได้แค่ตัวแทนของใครบางคน

อยากให้อูเก็บนัยเป็นความทรงจำที่มีคุณค่าในจิตใจไปตลอดชีวิต แล้วเริ่มเปิดใจ สร้างอนาคตกับคนที่เหมาะสมให้เข้ามาในชีวิต ให้ชอบหรือรักบอย เพราะบอยคือบอย

อยู่กับปัจจุบันให้มีความสุข เก็บอดีตเป็นบทเรียนเพื่อมิให้พลาดพลังอีกในอนาคต แต่อย่าจมกับอดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้

ขำขำนะครับ อูจะหักเหชีวิตไปจีบสาวๆ หรือครับ หรือว่าบอยไปติดสาวไหน แล้วให้อูช่วยจีบครับ

เป็นกำลังใจให้อู ชอบบอยเพราะเค้าคือบอยครับ

ชู

ปล.เผลอนิดเดียว ได้เมนต์ 24 Hotจัง

eiky said...

ตายแล้ว พี่อู แก้ไขนะครับ ตั้งใจเขียนว่า พี่อู นะครับ ไม่ใช่ อี่อู พิมพ์ผิด ไม่ได้ตรวจทาน กลัว พี่อูจะโกรธเอา ผมไม่ได้ตั้งใจ นะครับ ขอโทษ นะคร้าบบบบ

nai said...

สงสัยจะไม่ใช่เหตุบังเอิญซะแล้วที่บอยมาพบเจออูบ่อยๆ เวลาอูคิดถึง เป็นความตั้งใจของบอยหรือเปล่าที่พยายามหาอู

พีชูครับ ขออยู่ในใจอูดีกว่า ไม่อยากอยู่ในความทรงจำ พักนี้ผมฟิตขอเข้าไปวิ่งในใจอูนะ ไม่รู้หัวใจอูแข็งแรงพอจะให้เข้าไปวิ่งหรือเปล่านะซิ

เรื่องนี้มันเป็นนิยาย นิยาย ไงเทปคาสเซ็ตมันยืดได้ไงอู ไม่เนี้ยนเท่าไรเลย

ขอบคุณครับทุกคนที่ตอบคำถามเม้นท์ผมครั้งที่แล้ว ใครยังไม่ตอบอูกระซิบมาบอกว่าอยากรู้อีกครับ

นัย

พี said...

ทำไมคนอยู่กระทู้บน คุณอูไปแอบกระซิบกันตอนไหนกันครับ...??! #@...

ไหนว่าไม่ได้เจอกันนาน....

แซว...ครับ

อ่านตอนนี้มีความสุขขึ้นมาอีกหน่อย แม้ว่ายังเจออาการสองจิตสองใจของอูอยู่ ก็อย่างที่พี่ชูว่าไว้นะครับ ตัดสินใจไปเลยครับ ให้คนที่จากกันนาน ไม่ได้เจอกัน อยู่ในใจแล้วต่อไปก็จะเป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป ส่วนคนที่กุมมือกันในปัจจจุบัน เปิดโอกาสให้น้องเขาได้เข้ามาในหัวใจ เพราะตัวของน้องเขาเอง

แต่ผมเป็นผู้อ่านก็คงได้แค่ให้ความคิดเห็น(แม้ว่า เรื่องนี้จะเป็นนิยาย...มั้ง) แต่ผมก็เดาได้ว่าด้วยความรู้สึกของอูที่มีความรู้สึกผิด+รักนัยอยู่ ประกอบกับในตอนนั้นอูคงยังมีความหวังอยู่ว่า สักวันคงได้เจอกับนัยอีก หรือขอได้ติดต่อกับนัยทางจดหมายก็ได้

รออ่านตอนต่อไปครับ ว่าจะมีอะไรหักมุมอีก

+ P +

Anonymous said...

Download ได้ทั้ง Album แล้ว
จะจัดส่งให้อาอูนะครับ
ให้อยากได้ก็บอก Mail มานะ จะส่งไปให้ด้วย

หลาน Arus ของอาอู

Anonymous said...

พี่นัยนี่ ยิ่งนับวันยิ่งลูกเล่นเยอะนะครับ
ผมอ่านเม้นพี่เมื่อไหร่ ขำทุกที

สรุปตัวจริงรึป่าวนี่....

ถึงแม่จะตัวจริงหรือไม่ก็ตาม ผมว่านัยต้องกลับมาซักวันนึง อยู่ที่ว่าพี่อูจะเล่ารึป่าว เอ้..... เดาถูกป่าวหว่า

เรื่องนี้คงอีกยาวเลยนะครับ แต่ผมไม่กลัวตราบใดที่พี่อูมีแรงเขียนและเวปไม่ถูก ICT ปิด ผมก็จะเข้ามาอ่านวันละสองรอบ

เป็นกำลังใจให้นะครับ

Anonymous said...

อ้อ ผมยังไม่ได้เข้าผับเลยครับ อิอิอิ ( ต่อจากข้างบน )

Anonymous said...

ชื่อเพลงใน Album

George Winston - December (piano solos)

01 - George Winston - Thanksgiving
02 - George Winston - Jesus, Jesus, Rest Your Head
03 - George Winston - Joy
04 - George Winston - Prelude
05 - George Winston - Carol of the Bells
06 - George Winston - Night Part One- Snow
07 - George Winston - Night Part Two- Midnight
08 - George Winston - Night Part Three- Minstrels
09 - George Winston - Variations on the Kanon by Johann Pachelbel
10 - George Winston - The Holly and the Ivy
11 - George Winston - Some Children See Him
12 - George Winston - Peace

--------

ส่วนที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ

04 - George Winston - Prelude
05 - George Winston - Carol of the Bells
07 - George Winston - Night Part Two- Midnight

แต่ขอเดาคำตอบที่อาอูถาม ว่าอาชอยเพลงไหน
เป็นหลายทางดังนี้

ถ้าเน้นด้านความหมายแฝงในเพลงผมตอบว่า
01 - George Winston - Thanksgiving

ถ้าเน้นจากชื่อเพลงขอตอบว่า
11 - George Winston - Some Children See Him

ถ้าเน้นจากบรรกากาศขอตอบว่า
07 - George Winston - Night Part Two- Midnight

หลาน Arus ของอาอู

Anonymous said...

บทวิพากษ์

01 - George Winston - Thanksgiving

แรกเริ่มฟังคล้ายเศร้าแท้จริงแล้ว ผมคิดว่าเป็นทำนอง
ที่เน้น"ซาบซึ้ง" เป็นหลักมากกว่า

02 - George Winston - Jesus, Jesus, Rest Your Head

บทสรรเสริญพระเจ้าประจำวันที่ 6 มกราคม
ไม่รู้จัดเป็น December ได้อย่างไร

03 - George Winston - Joy

เพลงสรรเสริญพระเจ้าอีกเพลงหนึ่ง ท่วงทำนอง
รื่นเริง ภาพลักษณ์สบายๆ ก็เหมาะกับช่วง
ChristMas + New Year เหมือนกันนะ

04 - George Winston - Prelude

โหมโรง Eve

05 - George Winston - Carol of the Bells

สั่นระฆัง ChristMas รื่นเริง เฉิมฉลอง
แนวเพลงสรรเสริญพระเจ้า

06 - George Winston - Night Part One- Snow

ตกดึกร่ำหิมะอย่างสนุกสนาน

07 - George Winston - Night Part Two- Midnight

เที่ยงคืนที่อ่อนล้า เพราะฉลองมาทั้งวัน
ผมว่าแม้เศร้าอยู่บ้าง ก็ยังทิ้งความหวังให้ใยหนึ่งนะ

08 - George Winston - Night Part Three- Minstrels

หลังเที่ยงคืนวณิพกเร่ร่อนก็เดินทางออกจากเมือง

09 - George Winston - Variations on the Kanon by Johann Pachelbel

พักด้วยเพลงชีวิตที่ถูกลืมเลือน

10 - George Winston - The Holly and the Ivy

เสาวรจนี : พืช และสัตว์ ที่เต็มไปด้วยความรื่นเริง
และชีวิต

11 - George Winston - Some Children See Him

สรรเสริฐพระเจ้าอีกเพลง (Him ในชื่อเพลงแปลว่า
พระเจ้า)

12 - George Winston - Peace

ฺBlessing

เมื่อฟังจบ Blessing จากพระเจ้าก็จะไปขึ้น
Thanksgiving ของมนุษย์ที่มีต่อพระเจ้า
วางโครงไว้ให้ฟังวนไปมา

----------------

ขอไม่เห็นด้วยกับอาอูนะครับเพราะผมคิดว่า
Theme ของ Album นี้ค่อนไปทางรื่นเริง และ
สรรเสริญพระเจ้า

-----------------

ส่วนที่อาบอยเลือก Album นี้ผมวิเคราะห์ว่า

เพราะ
ชื่อ Album - December
ชื่อเพลงแรก - Thanksgiving

ขอจบนะครับ

รักอาอูเสมอ

หลาน Arus ของอาอู

Anonymous said...

ตกไปช่วงหนึ่งครับ

10 - George Winston - The Holly and the Ivy

เสาวรจนี : พืช และสัตว์ ที่เต็มไปด้วยความรื่นเริง
และชีวิต

Holly ไม้สักกา สื่อถึงมงกุฏหนาม
Ivy เถาองุ่นแห่งความเคารพ และความกล้า
สื่อถึงชีวิตอมตะ ที่ฟื้นคืนมา

Holly Shrubs
English Ivy
รวมกันหมายถึงระฆัง ChristMas

เมื่อรวมกับ Holly หมายถึงบุรุษ
Ivy หมายถึงสตรี ทั้งพืช และสัตว์(มนุษย์)
ร่วมแซ่ซ้องพระเจ้า

หลาน Arus ของอาอู

Anonymous said...

อ่านแล้วทำให้มีชีวิตชีวาขึ้นมากทีเดียวในช่วงท้ายๆของปี
ในรูปผมเห็นต้นไม้ 4 ต้นนะคร้าบบบบบบบ
คงเป็นต้นสน Pine หรือต้น redwood
ต้นไม้พวกสนไม่ผลัดใบนะครับ
เรื่องจิงนิ อู ม่ายช่ายเรื่องแต่งแน่ๆ

แมน

Anonymous said...

เทศกาล "สงสัยเฟสติวัล" กลับมาอีกครั้ง

^ ^

หลานหนิง แว่บมาแซวเฉยๆ

Choo said...

หนิง หนิง ก็เพราะอารู้อย่างนั้นแหละ

ก็เลยนิ้วฝืด คอมเมนต์ไม่ค่อยรื่นเหมือนเมื่อก่อนไง

แวะมาช่วยแซวอีกแรง..55

ชู

All about Rose said...

พี่อู....แวะมา
ว่าจะอ่านแก้อารมณ์เสีย
รจ

Anonymous said...

นอกจากอาอูแล้ว ไม่มีพี่คนไหนสนใจเพลงเลย T-T

หลาน Arus ของอาอู