Saturday, October 11, 2008

ภาคสอง ตอนที่ 27

หลังจากนั้นเราก็ไปยังซุ้มต่อไป แต่ละซุ้มก็มีการรับน้องและการลงโทษที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น บางซุ้มก็ให้เดินบนสะพานที่สร้างขึ้นจากไม้กระดานแผ่นเดียว ยาวๆ แคบๆ ซึ่งตัวสะพานสูงประมาณเอว ถ้าใครเดินแล้วหล่นลงมาก็จะโดนทำโทษ การทำโทษก็อย่างเช่นเอาตะปูมาเผาไฟจนแดงแล้วนาบไปที่น่อง แต่ตอนนาบนี่รุ่นพี่จะเอาผ้าพลาสติกบังเอาไว้ ไม่ให้ใครเห็น ตัวคนที่ถูกลงโทษเองก็ไม่เห็น จะรู้สึกแต่เพียงว่ามันร้อนวูบที่น่อง แล้วก็ร้องจ๊ากออกมา แต่ที่จริงไม่มีอะไร มารู้เอาทีหลังว่าตอนนาบนี่พี่เปลี่ยนจากตะปูมาเป็นก้อนน้ำแข็งนาบที่น่องแทน

นอกจากนี้ก็มีลงโทษให้กินอึ โดยเอาของเหลวข้นๆคล้ายอึของคนท้องเสีย เอามาให้กิน อึนี้ทำได้เหมือนของจริงมาก ทั้งมีฟองฟ่อดเล็กน้อย เหมือนอึเป็นมูก แถมมีกลิ่นจางๆด้วย ตอนแรกก็แน่ใจว่าเป็นอึปลอม แต่ตอนกินเข้าไปนี่ชักไม่แน่ใจแล้ว เพราะว่ามันมีกลิ่นตุ่ยๆโชยจางๆด้วย ชวนให้คิดไปได้เหมือนกันว่ามีส่วนผสมของอึจริงๆ แหวะ ตอนกินนี่ขยะแขยงอยู่เหมือนกัน แต่ต่อมาก็มารู้ทีหลังว่าอึนั้นทำจากแป้งเปียก ใส่สี แล้วก็มีส่วนผสมของทุเรียนกวน เลยส่งกลิ่นจางๆ

การรับน้องแต่ละซุ้ม แม้รุ่นพี่จะแกล้งรุ่นน้อง แต่ก็แกล้งแบบพอสนุก เต็มไปด้วยมิตรภาพ ความอบอุ่น และความประทับใจ ไม่มีความรุนแรงหรือการแกล้งแบบพิสดารที่ต้องเจ็บตัว ความรู้สึกรักโรงเรียนและรักพวกพ้องส่วนหนึ่งก็ถูกปลูกฝังมาจากการรับน้องนี่เอง

กว่ากิจกรรมรับน้องจะเสร็จสิ้นทุกซุ้ม ก็เป็นเวลาเที่ยงกว่าเข้าไปแล้ว ใบหน้าและเสื้อผ้าของแต่ละคนเลอะเทอะไปหมด ก๊อกน้ำทุกแห่งมีแต่นักเรียนชั้น ม.๑ ที่มารอล้างหน้า ล้างตัว แต่ลิปสติกนี่ล้างยังไงก็ไม่หมด

ไอ้นัยที่เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว แต่ใบหน้ายังคงลายพร้อยไปด้วยลิปสติก คล้ายชนเผ่าอินเดียนแดงในหนังทีวี ลิปสติก ที่จริงใบหน้าของทุกคนก็มีรอยลิปสติก ของผมก็มี แต่พี่ๆคงจะชอบใจใบหน้าของไอ้นัยเป็นพิเศษ คงเห็นว่าน่ารักดี เลยเขียนให้เยอะเป็นพิเศษ

“จะกลับบ้านยังไงวะเนี่ย อายเค้าตายห่า” ไอ้นัยบ่น ขณะที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ

“จะไปอายอะไรกัน ก็หน้าลายกันทุกคน” ผมบอก

“ก็ไม่มีใครลายพร้อยขนาดกูนี่ หมดหล่อเลย” ไอ้นัยพูด จนผมอดหัวเราะไม่ได้ ไอ้นัยดูรักสวยรักงามมากขึ้นกว่าตอนเด็ก

“มึงไม่ต้องห่วงหรอก เพราะมึงไม่หล่ออยู่แล้ว” ผมขัดคอมัน

เรารอโหนกกันสักครู่ ไม่เห็นมันออกมาจากห้องน้ำเสียที ผมอยากรีบไปบ้านไอ้นัย เพราะอยากรู้ว่ามันมีของอะไรจะอวด เมื่อรอนานพอสมควรแล้ว ผมจึงชวนไอ้นัยให้กลับกันก่อน เพราะถึงอย่างไรโหนกก็กลับบ้านคนละทางกับเรา ถึงรอไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ไอ้นัยกับผมเดินออกมาจากห้องน้ำได้ไม่นาน โหนกก็วิ่งตามมา

“แหม ไม่รอกันเลย” โหนกบ่น

“ก็มึงไม่ออกจากห้องน้ำเสียทีนี่หว่า แล้วบ้านก็คนละทางกัน กูก็กลับก่อนดิ” ผมตอบ

“จะกลับบ้านกันแล้วเหรอ” โหนกถาม “ยังไม่บ่ายเลย จะชวนมึงไปเดินดูร้านหนังสือในวังบูรพา ไปเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ”

ตามที่ผมรู้มา ใจกลางเมืองหรือที่เรียกว่าดาวน์ทาวน์ของกรุงเทพฯ ในยุคหนึ่งเคยอยู่ที่วังบูรพา ตั้งแต่ยุค ๒๔๘๐ เป็นต้นมา กินเวลาหลายสิบปี หลังจากนั้นก็เข้าสู่ยุคเสื่อม ความรุ่งเรืองย้ายไปที่ประตูน้ำ จากนั้นก็ไปที่สยามสแควร์ในเวลาต่อมา ในสมัยก่อน ย่านวังบูรพามีโรงหนังถึง ๔ แห่ง ยังไม่นับรวมที่มีอยู่รอบๆวังบูรพาอีกหลายแห่ง แต่ตอนที่ผมเรียนมัธยม โรงหนังเหล่านี้ถูกรื้อไปหมดแล้ว คงเหลือแต่ศาลาเฉลิมกรุง แต่ก็ปิดเอาไว้ ไม่ได้ฉายหนังอะไร อนุสรณ์แห่งความรุ่งเรืองในอดีตที่ยังพอหลงเหลือมาจนถึงในรุ่นที่ผมเรียนมัธยม นั่นก็คือร้านหนังสือ ในวังบูรพานั้นมีร้านหนังสืออยู่สิบกว่าร้าน แม้ส่วนใหญ่เป็นร้านหนังสือรุ่นเก่า แต่ก็ยังถือว่าเป็นแหล่งที่น่าเดินของคนรักหนังสือ แต่ปัจจุบันร้านเหล่านี้ไม่ค่อยมีวัยรุ่นเข้ากันแล้ว คงมีแต่ผู้ใหญ่มากๆเท่านั้น

ผมเองรู้สึกสะกิดใจกับคำชวนของโหนกนิดหน่อย ตรงที่โหนกบอกว่า ‘จะชวนมึง’ โดยไม่ได้บอกว่า ‘จะชวนพวกมึง’ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

“ไม่เอาอ่ะ วันนี้จะรีบกลับ” ผมตอบไปตรงๆ คงจะตรงไปหน่อย จนโหนกหน้าเสีย

“ไปด้วยกันหน่อยน่า” โหนกไม่ละความพยายาม “วันนี้วันหยุด จะรีบไปไหนกันล่ะ”

“ไม่ล่ะ จะรีบไปบ้านไอ้นัย” ผมปฏิเสธอีก

“ทำไมพอนัยชวนแล้วมึงไป แล้วทำไมกูชวนมึงไม่ไปวะ” โหนกทำเสียงไม่พอใจ

ผมเองเริ่มรู้สึกรำคาญที่โหนกพยายามรุกเร้าเซ้าซี้ อีกทั้งทำเสียงไม่พอใจใส่

“ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย บอกไม่ไปก็ไม่ไปดิ” ผมสรุปเอาดื้อๆ ที่จริงผมเองก็พูดไม่ค่อยดีเหมือนกัน ถ้าบอกว่าเพราะไอ้นัยมันชวนไว้ก่อนแล้ว เรื่องร้านหนังสือวันหลังค่อยไปดูกัน ก็จะน่าฟังกว่านี้

“เออ จำไว้เลย” โหนกพูด

“อะไรวะ ผู้ชายงอน” ผมรู้สึกงงกับอาการงอนของโหนก แต่ตอนนั้นจะรีบไปบ้านไอ้นัย เพราะว่าต้องกลับบ้านให้ทันหกโมงเย็น เลยไม่ค่อยสนใจกับอาการงอนของโหนกเท่าไรนัก

- - -

กว่าที่ผมจะไปถึงบ้านไอ้นัยก็เป็นเวลาบ่ายสองโมงกว่า เกือบสามโมงเข้าไปแล้ว การจราจรในวันเสาร์แน่นขนัดไม่แพ้วันธรรมดาเลย ตลอดทางผมพยายามเซ้าซี้ถามไอ้นัย ว่ามีของอะไรจะอวด แต่ไอ้นัยก็เอาแต่ยิ้ม ไม่ยอมบอก

บ่ายวันนั้น คุณอาทั้งสองคนไม่อยู่ที่บ้าน ไอ้นัยบอกว่าลูกค้ามักชอบนัดคุณอาในวันหยุด ดังนั้นบางช่วงที่งานชุก ไอ้นัยเองก็จะได้เจอหน้าคุณอาเฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น

“มึงแกล้งให้กูอยากรู้มาทั้งวัน คงสะใจแล้วสิ” ผมพูด

ไอ้นัยยิ้มแฉ่ง คงรู้สึกสนุกที่แกล้งผมได้สำเร็จ เมื่อผมเห็นไอ้นัยยิ้ม ผมเองก็พลอยมีความสุขไปด้วย

“เมื่อวาน คุณอากลับบ้านมา ซื้อของมาให้กูตั้งหลายอย่างเลย” ไอ้นัยพูดแบบอวด ปกติไอ้นัยชอบตีหน้าตาย เก็บความรู้สึกได้มิดชิด น้อยครั้งนักที่มันแสดงอาการอยากอวดเพื่อนๆ ของที่มันได้จากคุณอาต้องพิเศษมากแน่ๆ

ไอ้นัยพาผมขึ้นไปที่ห้องนอนชั้นบน เมื่อเปิดประตูห้องนอนเข้าไป ก็เห็นของที่มันต้องการจะอวดตั้งอยู่บนเตียง...


<การรับน้องแต่ละซุ้ม แม้รุ่นพี่จะแกล้งรุ่นน้อง แต่ก็แกล้งแบบพอสนุก เต็มไปด้วยมิตรภาพ ความอบอุ่น และความประทับใจ ไม่มีความรุนแรงหรือการแกล้งแบบพิสดารที่ต้องเจ็บตัว ความรู้สึกรักโรงเรียนและรักพวกพ้องส่วนหนึ่งก็ถูกปลูกฝังมาจากการรับน้องนี่เอง>

9 comments:

Anonymous said...

ตอนนี้ขอแกล้งผู้อ่านสักครั้ง

Anonymous said...

เกมเพล กล่องดินสอ รองเท้า กางเกงใน ไม้แบด ไม้ปิงปอง นาฟิกา ยีน มือถือรุ่นลุงคงไม่มี ปากกาดินสอกด หมา กระต่าย
ไอพอดก็คงไม่มี วิทยุ คอมพิวเตอร์แน่เลยใช่ป่าว ถ้าถูกขอ2ตอนนะค้าบลุง

Anonymous said...

เพิ่มอีก โต๊ะทำการบ้าน ไฟอ่านหนังสือ ดิกชันนารี่ ชุดไปเที่ยว กางเกงว่ายน้ำ
ฟุตบอล ลูกบาส หุ หุ 2ตอนชัว

zerocrystal said...

อยากรู้จังว่าตอนไหนที่นัยน้ำแตกเยอะที่สุดเป็นครั้งแรกอะคร๊าบ ครั้งที่นัยกับอูรู้สึกสุดๆเป็นครั้งแรก อยากอ่านแต่หาไม่เจอเพราะมีหลายตอนมาก^^

Anonymous said...

ดีขึ้นแล้วคร้บอาอูมาตามอ่านแล้ว
แต่ยังไม่หายดีนะครับ

ผมเดาสรุปอย่างเดียวเลยครับว่าต้องเป็น
"กีต้าร์" แน่ๆ

หลาน Arus ของอาอู

Anonymous said...

ผมว่าน่าจะเป็นเครื่องดนตรีจะเป็นกีต้าร์หรือออแกนเดาถูก
ไหมหนอ!
กุ๊กกู๋

Anonymous said...

โย่วๆ
ผมคนเดิมที่มาเม้นให้ ที่ว่าเรื่องน่าอ่านแต่เล่านานไปหน่อย อยากถามว่า เรื่องที่เล่ามาเนี่ย มีหนังสือวางขายตามท้องตลาดด้วยไหมครับ
และก็ต้องขอบคุณอย่างมากที่คุณพี่นักเขียนเล่าเรื่องเร็วขึ้น

Anonymous said...

ขอทายว่าเป็น วีดีโอ(โป๊)

แบงค์

Anonymous said...

ลืมถาม จะดูดวงต้องทำยังไงบ้างครับ
มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

แบงค์