Sunday, January 4, 2009

ภาคสอง ตอนที่ 49

อากาศปลายฤดูหนาวค่อนข้างแปรปรวน ยามบ่ายของวันนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม ลมพัดแรง หลังจากที่เราสองลงไปล้างเนื้อตัวในบึงน้ำแล้วก็มานั่งเคียงกันที่ริมบึง มองดูดำทะมึนกลุ่มใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา

“อนาคตมึงยังอยากเป็นอย่างเดิมหรือเปล่า” ผมถามคำถามเดิมที่เราถามกันทุกปีเมื่อมานั่งที่บึงนี้ นั่นคือ คำถามที่เกี่ยวกับอนาคตของเราสองคน

“เป็นอะไรเหรอ” ไอ้นัยถามอย่างงุนงง เพราะจู่ๆผมก็ถามขึ้นมา

“ก็ที่มึงอยากเป็นสถาปนิกเหมือนอย่างคุณอาไง” ผมทวนความจำให้

“ก็คงยังงั้นมั้ง” ไอ้นัยตอบ

“แต่เกรดอย่างมึงจะเรียนอะไรก็คงเรียนได้ ไม่อยากเรียนหมอหรือวิศวะเหรอ” ผมถาม พวกอาจารย์ของเรามักพูดกันว่า นักเรียนที่ได้เกรดเฉลี่ยมัธยมปลายสูงกว่า ๓.๕ อยากจะเรียนอะไรก็สอบติด แม้กระทั่งแพทย์หรือวิศวะฯ ซึ่งเป็นค่านิยมของคนเรียนเก่งในสมัยนั้น ดังนั้นแม้เราเพิ่งจะอยู่มัธยมต้น และผลสอบของไอ้นัยจะเพิ่งออกมาเพียงเทอมเดียว แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะวาดฝันเรื่องอาชีพของตนเอง

“คงไม่เปลี่ยนหรอก อยากเป็นอย่างอาของกูมากกว่า” ไอ้นัยพูดอย่างภาคภูมิใจในตัวอา “แล้วมึงล่ะ เดี๋ยวจะเป็นครู เดี๋ยวจะเป็นกระเป๋ารถเมล์ ตอนนี้คิดออกหรือยัง”

“ก็ยังไม่รู้อยู่ดีนั่นแหละ” ผมตอบอย่างเลื่อนลอย สำหรับผมในตอนนี้ จะเรียนอะไรยังไม่สำคัญเท่ากับว่าชีวิตในอนาคตจะเป็นอย่างไร

“ถามอะไรหน่อยดิ” ผมพูดขึ้นมา หลังจากที่เงียบกันไปพักหนึ่ง

“ถามเยอะๆก็ได้” ไอ้นัยตอบยิ้มๆ

“มึงคิดจะมีครอบครัว มีลูกเมียหรือเปล่า” ผมถามเข้าประเด็น

“คงมีมั้ง” ไอ้นัยตอบ “คนเราโตขึ้น เรียนจบก็ต้องทำงาน แล้วก็แต่งงาน มีลูกเมีย” ถึงตอนท้ายประโยค ไอ้นัยพูดช้าลง เหมือนกำลังครุ่นคิด “ถามทำไมอะ”

“เปล่า” ผมตอบ สายตาทอดไปยังขอบฟ้าแสนไกลที่ทะมึนไปด้วยเมฆฝน คำพูดของอาจารย์ประพิมพ์ที่เตือนผมยังก้องอยู่ในสองหู “แค่คิดว่าถ้าเรามีลูกมีเมียกันแล้ว เราอาจจะต้องอยู่ไกลกัน ไม่รู้ว่าจะสนิทกันเหมือนอย่างวันนี้หรือเปล่า”

“เราก็ปลูกบ้านอยู่ติดกันดิ” ไอ้นัยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จะได้เห็นหน้ากันได้ทุกวัน กูจะออกแบบ แต่งบ้านให้มึงเอง”

“ถ้างั้นถือเป็นสัญญานะ” ผมยกนิ้วก้อยขวาขึ้นมา

“สัญญา” ไอ้นัยยกนิ้วก้อยขวาขึ้นมาเกี่ยว นิ้วของเราเกี่ยวกันแน่นอยู่ชั่วขณะ

ฝนโปรยปรายลงมาแล้ว ต้นหญ้าริมบึงไหวลู่จากแรงลม น้ำในบึงกระเพื่อมเป็นระลอกเล็กๆจากเม็ดฝน ความคิดของผมกระเพื่อมไม่หยุดนิ่งดุจดั่งน้ำในบึง รู้สึกอยากจะบอกอะไรแก่ไอ้นัยบางอย่าง แต่ก็จับต้นชนปลายไม่ถูก

“ฝนตกแล้ว กีตาร์กู” ไอ้นัยอุทาน

ไอ้นัยกลัวกีตาร์ของมันเปียกฝนเป็นอย่างมาก เราจึงเอาพลาสติกที่ปูรองนั่งผืนใหญ่มาคลุมหัวบังฝนแทน เพราะจะได้บังทั้งตัวเราและกีตาร์ไปด้วย

ทิวทัศน์บึงน้ำกลางสายฝนงดงามราวกับภาพวาด บึงน้ำนี้สวยไปหมดทุกฤดู ยามหน้าร้อนฟ้าใสกระจ่างก็สวย ยามหน้าหนาวอากาศหม่นทึมก็สวย และยามฝนพรำเช่นตอนนี้ก็สวยไปอีกแบบ โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับไอ้นัย

“มึงคลุมกันฝนเอาไว้ดีๆนะ” ไอ้นัยบอกให้ผมถือพลาสติกกันฝนเอาไว้คนเดียว ส่วนตัวเองโอบกีตาร์เอาไว้ กรีดนิ้วลงบนสายกีตาร์ดังกรุ๋งกริ๋ง

“ฟังเพลงนี้นะอู กูหัดมาเป็นพิเศษเลย” ไอ้นัยพูด

“คงเล่นยากสินะ” ผมพูด ถ้าถึงกับต้องหัดกันเป็นพิเศษแสดงว่าคงยากเอาการ

ไอ้นัยไม่ตอบ แต่เริ่มไล่นิ้วเรียวยาวลงบนสายกีตาร์ เสียงสายกีตาร์ไนลอนพลิ้วกราวประดุจธารน้ำไหล เข้ากับบรรยากาศสายฝนพรำ นิ้วมือซ้ายของไอ้นัยเคลื่อนไปบนคอกีตาร์อย่างแคล่วคล่อง ส่วนนิ้วมือขวาก็ไล่ดีดไปมาบนสายทั้งหก จากนั้นก็เริ่มร้องเพลงคลอ

How gentle is the rain
That falls softly on the meadow,
Birds high upon the trees
Serenade the clouds with their melody

How gentle is the rain
That falls softly on the meadow,
Birds high upon the trees
Serenade the clouds with their melody

Oh, see there beyond the hills,
The bright colors of the rainbow.
Some magic from above
Made this day for us just to fall in love

You hold me in your arms,
And say once again you love me,
And if your love is true,
Everything will be just as wonderful.

Now, I belong to you
From this day until forever,
Just love me tenderly
And I'll give to you every part of me.

Oh, don't ever make me cry
Through long lonely nights without love.
Be always true to me,
Keep this day in your heart eternally.

You hold me in your arms,
And say once again you love me,
And if your love is true,
Everything will be just as wonderful.

หลังจากเสียงสุดท้ายของสายกีตาร์จางหายไป เราสองเหมือนจมอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ

“เพราะจัง” ผมเอ่ยชม ไอ้นัยเล่นเพลงนี้ได้ไพเราะอ่อนหวานจริงๆ จนผมอดชมไม่ได้ “แต่ฟังดูก็ไม่เห็นจะเล่นยากกว่าเพลงอื่นที่มึงเคยเล่นเลยนี่” ผมอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้

ไอ้นัยไม่ตอบ แต่หันมามองหน้าผมแล้วถาม “เข้าใจความหมายไหม”

“ฮื่อ ก็พอรู้” ผมตอบไปตามตรง เนื้อเพลงบทนี้แม้จะเป็นภาษาอังกฤษ แต่ใช้ภาษาที่ไม่ยากนัก อีกทั้งสำเนียงของไอ้นัยก็ไม่เลวอยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงพอฟังออก แม้จะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ก็พอจับใจความได้
ว่ามันเป็นเพลงรักที่อ่อนหวานเพลงหนึ่ง

ไอ้นัยพยักหน้า สีหน้าบ่งบอกแววพึงพอใจ “รู้ก็ดีแล้ว”

“มึงจะลองภูมิภาษาอังกฤษของกูเหรอ” ผมถาม

“...”

“เล่นให้ฟังอีกครั้งดิ เพราะจัง” ผมอ้อน “ชื่อเพลงอะไรน่ะ”

“A Lover’s Concerto” ไอ้นัยตอบ พลางกรีดนิ้วลงบนสายกีตาร์ และเล่นเพลงนี้ให้ผมฟังอีกรอบหนึ่ง

เพลงรักหวานๆกลางสายฝนพรำ ภาพบึงน้ำเขียวมรกต ขอบบึงมีไม้ขจีที่อยู่เบื้องหน้า ช่างเป็นบรรยากาศที่งดงาม...

เมื่อเพลงอันอ่อนหวานจบลงเป็นรอบที่สอง ผมหยิบกีตาร์ออกจากมือของไอ้นัย เอาพลาสติกปูนั่งห่อกีตาร์และเป้เอาไว้จนมิดชิด เราสองปล่อยให้ร่างของเราถูกสายฝนโปรยปรายใส่

ผมประคองร่างไอ้นัยให้เอนตัวลง ตอนนั้นรู้สึกอยากกอดไอ้นัยเป็นที่สุด สายฝนอันเย็นฉ่ำไม่อาจดับไฟที่อยู่ในใจของผมได้

หลังจากที่หล่อลื่นจนได้ที่แล้ว ผมให้ไอ้นัยนอนตะแคง ส่วนผมเองก็นอนตะแคงประกบอยู่ด้านหลังของมัน จากนั้นเริ่มสอดใส่เข้าจากด้านหลัง

แขนของผมโอบกอดไอ้นัยเอาไว้ มือป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณท้องน้อย จมูกก็ซุกไซร้ไปตามต้นคอและใบหู ร่างท่อนบนของเราแนบสนิทกัน ส่วนร่างท่อนล่างของผมก็ขยับซอยไปมาอย่างช้าๆ...

ธรรมชาติดำเนินไปตามครรลองของมัน บางช่วงรุนแรง บางช่วงอ่อนโยน ดุจเดียวกับสายฝนที่โปรยปรายอยู่บนร่างของเราสองคน

เพียงไม่นาน ความรู้สึกของผมก็ใกล้แตกระเบิด มือของผมที่ท้องน้อยของไอ้นัยขยับเข้าออกรวดเร็วขึ้นเพื่อให้เราสองคนไปถึงฝั่งฝันพร้อมๆกัน

ไอ้นัยเบือนหน้ามา เราสองประทับริมฝีปากซึ่งกันและกัน และในวินาทีนั้นเอง ทำนบของผมพังทลายลง ไอ้นัยถอนหายใจ และแล้ว ผมก็รู้สึกว่ามีของเหลวอุ่นๆอยู่ในมือของผม...

ผมกอดไอ้นัยเอาไว้แน่นกลางสายฝนที่เย็นชุ่มฉ่ำ จมอยู่ในภวังค์ ผมดูใบหน้าที่อ่อนเยาว์และแจ่มใสของไอ้นัยที่ถูกฝนปรอยใส่หยาดแล้วหยาดเล่า เส้นผมของมันชุ่มไปด้วยน้ำฝน ร่างของเราสองแทบจะแนบเป็นเนื้อเดียวกัน ในวินาทีนั้นเอง หัวใจของผมไขว่คว้าความรู้สึกอะไรได้บางอย่าง...

มันไม่ใช่ความใคร่ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เกิดจากการผสมผสานของความรู้สึกหลายๆอย่างเข้าไว้ด้วยกัน... ทั้งทะนุถนอม ทั้งอบอุ่น และทั้งอิ่มเอม มันเป็นความรู้สึกของการครอบครอง ความหวงแหน อีกทั้งเป็นความรู้สึกของการแบ่งปัน และการเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน...

มันเป็นความรู้สึกที่เติมเต็มให้แก่ชีวิต...

กองไฟประหลาดยังคงคุโชนอยู่ในใจของผม ผมพยายามไขว่คว้าความรู้สึกนั้นเอาไว้เพื่อหาคำตอบว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่มันเกิดขึ้นเพียงวูบเดียวแล้วก็หายวับไป...

“อู” ไอ้นัยเรียก

“หือ” ผมตอบ เสียงเรียกของไอ้นัยทำให้ผมตื่นจากภวังค์ ผมเกือบจะได้คำตอบอยู่แล้วทีเดียว

“นึกว่าหลับไปแล้ว” ไอ้นัยหัวเราะเสียงใส “มึงคิดท่านี้มาได้ยังไงเนี่ย”

“กูก็มีความคิดสร้างสรรค์ของกูบ้างสิ” ผมตอบพร้อมทั้งย้อนเกล็ดมันให้บ้าง “กลัวมึงเจ็บแผลที่เข่าไง”


<ผมกอดไอ้นัยเอาไว้แน่นกลางสายฝนที่เย็นชุ่มฉ่ำ จมอยู่ในภวังค์ ผมดูใบหน้าที่อ่อนเยาว์และแจ่มใสของไอ้นัยที่ถูกฝนปรอยใส่หยาดแล้วหยาดเล่า เส้นผมของมันชุ่มไปด้วยน้ำฝน ร่างของเราสองแทบจะแนบเป็นเนื้อเดียวกัน ในวินาทีนั้นเอง หัวใจของผมไขว่คว้าความรู้สึกอะไรได้บางอย่าง...>

<เพลง A Lover’s Concerto นี้ดัดแปลงมาจากเพลงในยุคบารอคของตะวันตกที่มีอายุประมาณ ๓๐๐ ปีมาแล้ว

เดิมทีเพลงนี้ชื่อมินูเอ็ต อิน จี เมเจอร์ (Minuet in G Major) คำว่ามินูเอ็ตนี้หมายถึงเพลงเต้นรำสั้นๆ บทเพลงนี้เดิมทีเชื่อว่าประพันธ์โดยโยฮันน์ เซบาสเตียน บาค (Johann Sebastian Bach) นักดนตรีชาวเยอรมัน แต่จากการค้นคว้าในภายหลัง ทำให้ปัจจุบันเชื่อกันว่าผู้ประพันธ์เพลงนี้น่าจะเป็นนักดนตรีชาวเยอรมันอีกคนหนึ่ง ชื่อ คริสเตียน เพ็ทโซลด์ (Christian Petzold) มากกว่า แต่ก็ยังไม่มีข้อยุติ

เพลงนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในแบบเรียนเปียโน กีตาร์ หรือแม้แต่ไวโอลิน ต่างก็ต้องมีเพลงนี้อยู่

ในปี ค.ศ. ๑๙๖๕ นักแต่งเพลงชาวตะวันตกสองคนได้นำเพลงนี้มาดัดแปลง โดยแต่งคำร้อง และดัดแปลงลีลาในการบรรเลง จากเดิมโทนของเพลงเป็นเพลงเต้นรำที่น่ารัก ให้กลายเป็นโทนป๊อบแจ๊ส ได้เป็นเพลง A Lover’s Concerto ขึ้นมา เพลงนี้เฉพาะในปี ค.ศ. ๑๙๖๕ เพียงปีเดียว ขายได้มากกว่าหนึ่งล้านแผ่น (ในยุคนั้นเป็นยุคของแผ่นเสียง) ต่อมามีนักร้องอีกหลายคนที่ขับร้องเพลงนี้ รวมทั้งมีการทำเพลงนี้ออกมาในแนวหวานโรแมนติกอีกด้วย ซึ่งแนวโรแมนติกนี้ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

A Lover’s Concerto เวอร์ชันที่คนไทยคุ้นหูกันเป็นเวอร์ชันจากเสียงร้องของนักร้องสาวชาวฮ่องกง นาม เฉินฮุ่ยหลิน หรือว่า เคลลี เฉิน (Kelly Chen) เสียงของเครื่องดนตรีที่ได้ยินในบทเพลงคือเสียงกีตาร์>

ดาวน์โหลดเพลง A Lover’s Concerto ร้องโดย เคลลี เฉิน (MP3)
ฟังเพลง A Lover’s Concerto ร้องโดย เคลลี เฉิน (youtube)
ฟังเพลง A Lover’s Concerto บรรเลงด้วยเปียโน (youtube)
ฟังเพลง Minuet in G Major ฉบับดั้งเดิมในสไตล์กีตาร์คลาสสิก (youtube)

33 comments:

Anonymous said...

ที่1 อีกและ ปีใหม่ด้วย หุหุ จับฉลากได้เสื้อมายืดมาคัรบลุงอู สวัสดีปีใหม่ครับลุงอู และป้าป้าของลุงด้วยเน้อ 555+ 130

Anonymous said...

ที่2 อิอิ คนเดิมกับอันข้างบนแล่ะ ไปฟังเพลงของลุงมาเพราะมั้กมั้ก เคยไดยืนแต่ไม่รุ้จักอะครับ อูรักนัยนะ ผมรักคุน บอกกันสะทีสิค้าบบบบบ ลุ้นอยุ่นะ รุนลุงไปสอบเตรียมกันเยอะไหมครับ

Anonymous said...

ที่3 กิก กิ้ก เหมาหมดเร้ย เม้นของตอนที่แล้วลุงอูเปนหมอใช่มะ มีความรุ้เรื่องฝิวด้วย วันนี้เอาทุกเหรียยเลยนะ 123 วิชาสสปช โอลิมปิกของลุงอู 555+อยากจบทำงานเร้วเร้วจังจะได้ไม่ตื่นตี5สะที

Anonymous said...

เพลงเพราะมาก อ่านแล้วน้ำตาซึมเลย

Anonymous said...

ผมว่า นี้น่าจะคล้ายเสียงที่ อูได้ยินในตอนนั้น น่ะคับ

http://www.imeem.com/gapisnake89/music/0IFCCE0g/gapi_a_loves_concerto/

เมื่อปลายปีไปงานแต่ง มาหลายคู่
ห้าคู่ ใช้เพลงนี้เปิดตัวซะ สามคู่ได้มั้ง
อีกสองคู่เป็นงานแต่งลูกน้องจัดที่บ้านนอกแถวอีสาน
เลยไม่เห็นเค้าใช้เพลงนี้

ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขจริงๆ

t1000

Anonymous said...

Ough ตี4 ผมก็ตื่อนแล้ว แต่ไม่ได้เข้ามาดู T-T
ผมผิดเองงานนี้

หลาน Arus ของอาอู

Anonymous said...

วันนี้วันเกิดผม... จะถือว่าตอนนี้เป็นของขวัญนะครับ
ขอบคุณมาก อ่านแล้วมีความสุขมากๆ เลย

แบงค์

Anonymous said...

ซึ้งใจจังครับอู
มันสามารถเติมเต็มกับชีวิตบางช่วงที่หายไป
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่ได้รับในปีใหม่นี้ครับ

กู๋

Anonymous said...

HAP ปี้ BIRTHDAY คับแบงค์

t1000 คับมาแล้วดิคิดถึงน้าคับ

อูคับยังไม่จบ ม.1 ใช่มะ
คราวหน้าขออีกคนละทีนะ ใช้เบบี้ออยล์ให้คุ้มคับ

KTB

Anonymous said...

เพลงเพราะจริงๆครับ อ่านแล้วน้ำตาซึมจริงๆครับ ตอนแรกผมอ่านตอนนี้จบแล้วครับ แต่ผมก้อต้องกลับมาอ่านใหม่ครับ โดยการเปิดเพลงคลอไปด้วยครับ ได้อารมณ์ดีมาครับ อยากกลับไปวัยเด็กอีกครั้งครับ
korn

Anonymous said...

ลืมไปครับ Happy Birthday ย้อนหลังให้แบงค์ด้วยนะครับ ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ
korn

Anonymous said...

ตอนนี้เด็ดขาดมาก อ่านตั้งหลายรอบ บรรยายได้กินใจเหลือเกิน

TigerBike said...

Oh..Yeah!
รอตั้งนาน ตอนแรกของปีมาซะที (เดือนนี้ติดธุระยุ่งทั้งเดือนเเลย แง.. ไม่หนุกเลย แต่ยังไงก็ต้องหาเวลามาอ่านและคอมเมนต์ให้จงได้ อิๆ)

สุขสันวันเกิดครับน้องแบงค์

โห..สงสัยอูจะได้ของขวัญปีใหม่เป็นพรโรแมนติกจากนางฟ้าสีชมพู แหงๆเลย ซาบซึ้งกินใจเหลือเอ่ยเลยครับอู พออ่านถึงตอนนัยร้องเพลง A Lover's Concerto ผมต้องหยุดอ่านแล้วโหลดเพลงนี้(ของ Kelly Chen ไม่รู้ตรงกับต้นแบบของนัยเค้ารึเปล่า) มาเปิดคลอครับ ได้ Feeling แบบสุดๆ

ตื่นเต้นมากครับ คราวนี้นัยรับรู้ความรู้สึกอบอุ่นในใจของอูและตอบรับอย่างลึกซึ้ง
Now, I belong to you
From this day until forever,
Just love me tenderly
And I'll give to you every part of me.
นัยตอบคำถามอูได้แจ่มชัดเหลือเกิน

น่าจดจำที่สุด..สมค่าที่เป็นตอน Overture แห่งปี

โอ..ต้องหัดร้องเพลงนี้บ้างแล้วเรา

TigerBike said...

อูครับ..ทราบใหมว่า เรื่องของอูกะนัย ช่างเป็นสิ่งที่ชดเชย
ส่วนหนึ่งที่ขาดหายไปของชีวิตผมซะจริงๆ อย่างที่บอกแหละครับ
ปกติผมไม่ค่อยอ่านเรื่องทำนองนี้ แต่เรื่องของอูกะนัย ทำให้ผมรู้สึก
อยากย้อนเวลากลับไปตอนนั้น แล้วเป็นแบบนั้นบ้าง..น่าอิจฉาจัง

อูแก่แดดจังนะครับ มีความรู้สึกแบบนั้นตั้งแต่ม.1แน่ะ
เด็กรุ่นนั้น(รวมทั้งผม)มักมีความอ่อนไหวกันตอนม.3-ม.4

แต่การที่มันค่อยๆเบ่งบาน เติบโตไปกับเราน่ะ
เป็นสิ่งที่งดงามจริงๆนะ อูว่ามั้ย

Anonymous said...

ปีใหม่นี้คอมเมนต์เยอะดีจัง ขอบคุณมากๆครับ

สุขสันต์วันเกิดนะแบงค์ ขอให้มีความสุขมากๆ ฉลองอะไรมาบ้างเล่าให้ฟังบ้างนะครับ อยากรู้

มาว่าเรื่องเพลงกันบ้าง เพลง Minuet in G Major นี้ตอนเรียนเปียโนผมก็เรียนครับ แต่ตอนนั้นอยู่ ม.2 แล้ว อยู่ในแบบเรียนเปียโนเล่มสองของผม ตอน ม.1 ยังเรียนเล่มหนึ่งอยู่ เลยยังไม่รู้จัก

ในช่วงนั้นเคลลี เฉิน ยังไม่ดังครับ เธอมาดังเอายุค 1990s ยุคผมเพลงนี้เป็นของวง The Toys ที่ร้องเป็นวงแรกมาตั้งแต่ปี 1965 มากกว่า เพิ่งจะได้ความรู้เหมือนกันว่าบ้านเราตอนนี้นิยมเปิดเพลงนี้ในงานแต่งงาน เข้าท่าดีเหมือนกัน

ตอนนั้นจะว่าอูแก่แดดก็คงนิดหน่อย แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่สามารถแยกแยะระหว่างความรักแบบหนุ่มสาวกับความรักแบบเพื่อนออกจากกันได้อยู่ดี แถมพอเริ่มเรียนรู้ความรัก มันก็ไม่ใช่ความรักหนุ่มสาวเสียอีก ชีวิตเลยสับสน ยิ่งเรียนโรงเรียนชายล้วนด้วย ยิ่งทำให้เข้าใจความรักแบบหนุ่มสาวได้ช้า ช่วงนั้นจึงสับสนมาก หาตัวตนของตนเองไม่พบเลย ตอนม.ปลายนี่ยิ่งไม่รู้อันไหนเหนืออันไหนใต้แล้ว

แต่ผมว่าพวกเราทุกคนก็คงเคยผ่านวันเวลาที่สับสนแบบนี้มา บางคนอ่าจจะเจอเร็วหน่อย บางคนก็อาจจะเจอช้าหน่อย รายละเอียดอาจต่างกันตามสภาพชีวิตของแต่ละคน

หลาน กิ๊กกิ๊ก น่ะ เหมาสามอันดับเลย แบ่งให้คนอื่นบ้างสิ เสื้อยืดสวยไหมครับ เรียนยังไม่จบตื่นตีห้า แต่ตอนทำงานแล้วอาจต้องตื่นตีสี่นะหลาน

arus ไปที่หกโน่นเลย ลองใหม่นะ อย่าท้อ

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความเห็นของทุกๆคน วันนี้คงเรียนและทำงานกันแล้ว ผมก็เริ่มงานเหมือนกันครับ

TigerBike said...

ฮิๆๆ สับสนก็สบสนสิน่า นั่นแหละ คือตัวเรา

อ้อ..คนที่จองโพสต์ซะทีเดียว3อันดับแรกคือน้องกิ๊ก กิ๊กเหรอครับ
ก็ลุงอูเค้ามัวลังเลอยู่ ลุงนัยเค้าก็เลยชิงลงมือก่อนไปแล้วล่ะหนูกิ๊ก กิ๊ก
ถึงแม้จะไม่ได้พูดคำนั้นตรงๆ รวดเร็วแบบยุคมิลเล็นเนียม แต่ก็เป็นอันตอบรับความรู้สึกกันอย่างสวยงามแล้ว หนูกิ๊ก กิ๊กตั้งตา
ลุ้นให้บอกรัก ก็นี่แหละครับคือลีลาการบอกรักกันในตอนนั้น
โรแมนติกกว่าบอกตรงๆซะอีกนา..

โอ..ต้องรีบไปซะแล้ว เวลาราคาถูกที่สุด แต่หาซื้อไม่ได้เวลาที่ต้องการ

Anonymous said...

ขอเพิ่มเติมหน่อยครับ

เพลง A Lover's Concerto นี้หลังจากวง The Toys ที่ร้องเป็นวงแรกแล้ว ต่อมายังมีอีกหลายเวอร์ชันก่อนจะถึงเคลลี เฉิน ครับ อย่างเช่น The Lennon Sisters, The Delfonics, Sarah Vaughan, The Supremes, Mrs. Miller, และ Audrey Hall ที่ร้องเป็นภาษาอื่น เช่น สเปนก็มี ในยุคต้นๆสไตล์ของเพลงนี้จะเป็นแนวป๊อบแจ๊ส ในยุคหลังจึงเปลี่ยนเป็นหวานโรแมนติก

ตอนที่ผมเรียนมัธยมนั้น ไม่แน่ใจว่าเวอร์ชันของใครที่กำลังดังในตอนนั้น แต่คิดว่าเป็นยุคของแนวหวานโรแมนติกแล้ว ไม่ใช่ป๊อบแจ๊สในแบบของ The Toys ครับ

หลังจากเคลลี เฉิน ก็มีออกมาอีกหลายเวอร์ชัน เวอร์ชันเกาหลี ไต้หวัน ฯลฯ ก็มีครับ

อู

Anonymous said...

>พี said...
>เจ-เจตรินออก ชุดแรก ผมอยู่ ม.ปลายน่ะครับ
เจออกชุดแรกปี 2534 (เจ็บ) คุณพีน่าจะเรียน ม.1 ในช่วง 2529-2531

>t1000(คนที่ถูกลืมบ่อยๆ)
>ตอนที่ โบ แก้มยุ้ยออกชุดแรก
>ผมอ่านหนังสือสอบมิดเทอม ม.1 คับ
โบ สุนิตา ออกอัลบั้มชุดแรกราวปี 2537-38


นักสืบ

Anonymous said...

ขอบคุณอูที่ทำให้ผมคิดถึงความสุขในวัยรุ่นและวัยที่ยังหนุ่มยังหล่อ มีแฟนที่หนุ่มและหล่อเหมือนกันอยากย้อนเวลาได้จังเลยนะ เป็นวัยที่มีความสุขมากกว่าวัยอื่น ใครยังเอ๊าะๆอยู่ก็รีบตักตวงความสุขซะ มันจะผ่านไปเร็วมากเลย......pat

Anonymous said...

บอกได้คำเดียวว่าขอบคุณอูมาก และขอให้ปีใหม่นี้อูเจอแต่สิ่งดีๆ และเพื่อนๆ ทุกคนด้วย

yo408 said...

มาให้กำลังใจครับ ชอบมากๆ

พี said...

มีอะไรกันท่ามกลางสายฝน....อืม...โรแมนติกมากๆ นึกว่าอ่านนิยายนะนี่ ถ้าไม่บอกก่อนว่าเป็รเรื่องจริง...
ขอบคุณมากๆครับ

พี said...

ตอบคอมเม้นต์...คุณนักสืบหน่อยครับ พอดีเพิ่งอ่านคอมเม้นต์
.....ทายได้แม่นเลยว่าผมเรียนม.1 ปีไหน สงสัยงวดนี้ดวงดี ลองซื้อล็อตเตอรี่ติดไว้สักใบนะ
ตอนม.1-3 ผมเรียนปี2529-2531(ปีการศึกษา)
ม.4-6 ปี2532-2534
และปริญญาตรีเริ่มปี 2535 ปีที่มีเหตการณืพฤษภาทมิฬ

พอมองย้อนกับไป...
มีเรื่องที่ดีที่เราจดจำไว้เยอะแยะมากมาย
มีเหตุการณ์หลายอย่างที่เราต้องจดจำไว้เป็นบทเรียน
และ บางเหตการณ์ที่ไม่น่าจดจำ แต่เราก็ลืมไม่ได้สักที
มีเหตการณ์อีกมา

Anonymous said...

สืบอายุกันเล่นหนุกๆนะคับ

>คุณอูดูหนังคนเหล็กตอนเรียน ม.1
คนเหล็กเข้าฉายปี 2527

อิอิอิ

นักสืบ

Anonymous said...

ถามคุณนักสืบ

ตอนหนัง สปีดเข้าฉาย
คุณเรียนป.ใหน ม.ใหน หรือ ปีใหน

เด่วจะสืบเอง

t1000

Anonymous said...

ขอบคุณมากที่ยังโพสต์เรื่อยมา

ขอให้โชคดีมีสุขตลอดปีใหม่

นายเขียนเก่งมากนะ เก็บรายละเอียดจากอดีตได้ดีมาก

Anonymous said...

อ่านๆดูแล้วผมกับพี อายุคงใกล้ๆกันครับ ผมเรียน
ม.ต้น ปีการศึกษา 2530-2532 ม.ปลาย ปี2533-2535
กร ครับ

BlueWizard said...

โหยๆๆ อบอุ่น ซาบซึ้งมากๆเลยครับตอนนี้... ชอบๆ เหมือนในที่สุดก็ได้รู้อย่างจริงๆซะที ว่านัยคิดไงกะอูน่ครับ

ขอบคุณคุณอูที่มาอัพให้เรื่อยๆนะครับผมมมม :D

อ้อๆ Happy Birthday ย้อนหลังให้ Bank ด้วยค้าบ ;)

Anonymous said...

แปลให้หน่อยจิ
ผมแปลไม่ออกอะ

ขอบคุณงับ

Anonymous said...

แปลออกแล้วงับ

พระเจ้าช่วย
นี้บอกรักกันทางอ้อมนิ
โรแมนติกสุดๆของสุดๆ

อิจฉา อาอู จัง
อยากมีเวลาแบบนี้บ้างจัง

แหวนหมั้น said...

ขอบคุณมากครับ

Anonymous said...

มีความสุขจังครับ ลุงอู

อูเริ่มรู้ตัวแล้วใช่ไหมเนี่ย ว่ารักนัยเข้าเต็มเปา

เลยได้ถามนัยเรื่อง มีครอบครัว

ไม่อยากคิดถึงวันนั้นเลยเนี่ย ดูมันแปลก ๆ

ส่วนนัยเอง ก็โรแมนติกไม่เบา

เล่นเพลง A Lover’s Concerto ให้อูฟังเนี่ย

ผมจำได้ว่า ตอน ป.4 ที่เรียนเพลงนี้เนี่ย

คุณครูเค้าบอกไว้ว่า "เก็บเอาไว้ร้องให้คนที่รักฟังนะ"

เหอะ ๆๆ คิดถึงตอนนั้นแล้ว มีความสุขครับ



ไอซ์

Anonymous said...

ผมชอบตอนนี้จัง รู้สึกมีความสุขแบบบอกไม่ถูก เหมือนตกอยู่ในภวังค์ของอะไรซักอย่าง อยากให้ตอนนั้น เหมือนตอนนี้ คุณอูกับคุณนัย คงจะมีความสุขมากๆ
เหมือนตอนนี้ คุณนัยกำลังจะบอกอะไรบางอย่าง
ไม่งั้นถึงไม่บอกว่า "หัดเล่นมาเป็นพิเศษ" หรือ "เข้าใจความหมายมั้ย" "เข้าใจก็ดีแล้วล่ะ" ผมมีความสุขมากๆครับ ผมนิ่งไปเลย กับสิ่งที่ได้อ่าน มันเป็นอะไรที่บอก
ไม่ถูก ^^