Tuesday, March 10, 2009

ภาคสอง ตอนที่ 65

ในที่สุด การเลือกตั้งประธานนักเรียนก็มาถึง ก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน ทางโรงเรียนจัดให้ผู้สมัครทุกคนปราศรัยโค้งสุดท้ายที่หอประชุมของโรงเรียน

“อู ไปฟังนะ” ไอ้นัยชวนผม

“ไม่อะ ขี้เกียจไป ไม่สนใจ”

“ไปฟังหน่อยน่า โดยเฉพาะตอนพี่เต้พูด ช่วยหน่อย นะนะนะ” ไอ้นัยทำสีหน้าประจบสุดขีด

“เค้าจ้างมึงมาหาหน้าม้าด้วยเงินเท่าไรวะ” ผมถาม “ตื๊อจริง”

ไอ้นัยยิ้มเขินๆเมื่อเห็นผมรู้ทันว่าไอ้พี่เต้ต้องการหน้าม้าเพื่อสร้างความคึกคักในตอนปราศรัย

“ไม่ได้จ้างว้อย แต่กูกลัวว่าคนจะน้อย มันไม่น่าดูอะ” ไอ้นัยแก้ตัว

ในที่สุดผมก็ต้องยอมไปนั่งฟังพี่เต้ปราศรัย ที่จริงผมแกล้งเล่นตัวไปอย่างนั้นเอง ใครจะขัดใจไอ้นัยได้ลงคอ

ตอนบ่าย หลังเลิกเรียน ผมอุตส่าห์เสี่ยงกับการกลับบ้านค่ำเพื่อรอฟังพี่เต้ปราศรัย พี่เต้ได้คิวปราศรัยเป็นคนที่สอง หลังจากที่คนแรกพูดน้ำไหลไฟดับ พูดมันแต่ไม่ค่อยมีสาระอะไร

พี่เต้ขึ้นเวทีด้วยมาดที่แสดงความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่มีอาการประหม่า ผมเพิ่งเห็นหน้าพี่เต้ตัวจริงชัดๆวันนี้เอง เพราะว่าปกติไม่ได้สนใจ และยังไม่มีโอกาสได้เห็นตัวจริงมาก่อน

พี่เต้เป็นเด็กหนุ่มที่จัดว่าหน้าตาดีทีเดียว ผิวขาว เค้าหน้ามีความตี๋ประมาณครึ่งเดียว คือกึ่งตี๋กึ่งไม่ตี๋ ตาสองชั้น ดูเท่ไปอีกแบบ เมื่อเทียบกับชิวที่หน้าตาดีแบบตี๋ล้วนๆแล้ว พี่เต้ยังดูมีเสน่ห์กว่าเสียอีก

และที่ยิ่งไปกว่านั้น ลีลาการพูดของพี่เต้นั้นดีกว่าผู้สมัครคนแรกมาก พี่เต้พูดจานุ่มนวล มีวาทศิลป์ที่ดี ไม่ได้พูดเอาแต่มันหรือฮาแบบคนแรก แต่ถ้าจะพูดถึงความสามารถในการโน้มน้าว ผมว่าไอ้จิโน้มน้าวคนได้เก่งกว่า นี่ถ้าไอ้จิสมัครเป็นประธานนักเรียนได้ ผมว่าพี่เต้คงเหนื่อยแน่นอน

ไอ้นัยมานั่งฟังพี่เต้อยู่ข้างๆผม สายตาที่มันมองพี่เต้ดูชื่นชม จนผมรู้สึกหมั่นไส้ เมื่อฟังจบพี่เต้พูดจบ ผมก็ขอตัวกลับบ้าน โดยไม่ฟังคนที่เหลือพูด เพราะแค่นี้ก็กลับบ้านช้าแล้ว

ข้อที่น่ารักอย่างหนึ่งของไอ้นัยก็คือ มันไม่เคยมาลอบบี้ให้ผมลงคะแนนเสียงให้พี่เต้เลย ซึ่งมันทำให้ผมไม่ต้องลำบากใจ เพราะผมไม่เคยคิดจะเลือกไอ้พี่เต้เลยแม้แต่น้อย

วันรุ่งขึ้น มีการลงคะแนนเสียงเลือกประธานนักเรียน ทางโรงเรียนจัดคูหาเลือกตั้งให้ลงคะแนนกันได้จนถึงช่วงบ่าย หลังจากนั้น เมื่อเลิกเรียนแล้วจึงจะเริ่มการนับคะแนน

วันนั้น หลังจากเลิกเรียน ไอ้นัยต้องอยู่ดูการนับคะแนนจนเสร็จ ส่วนผมนั้นรีบกลับบ้านเพราะไม่อยากเจอไอ้นัย เนื่องจากกลัวมันจะถามว่าลงคะแนนให้ใคร

หลังวันลงคะแนนเสียง เช้าวันรุ่งขึ้น ผมเห็นไอ้นัยยืนหน้าจ๋อยๆรอผมอยู่ที่ป้ายรถเมล์

“เป็นไรไปวะ หน้าไม่ค่อยดีเลย” ผมถาม

“แย่อะ เหนื่อยฟรีเลย” ไอ้นัยบ่น “พี่เต้ไม่ได้เป็นประธานนักเรียน”

ผมรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เรื่องที่พี่เต้ไม่ได้ตำแหน่งนั้นผมไม่ได้เศร้าด้วยเลย แต่ส่วนที่เศร้าก็คือเห็นไอ้นัยมุ่งมั่นและตั้งความหวังเอาไว้มาก แต่แล้วในที่สุดอะไรๆก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด

“จะว่าเหนื่อยฟรีก็ไม่ได้หรอก มันก็เหมือนนักกีฬา ทุกคนก็แข่งเต็มที่ คนแพ้ไม่ได้แปลว่าเหนื่อยฟรีสักหน่อย” ผมปลอบใจมัน

ไอ้นัยถอนใจ “มันก็ใช่ แต่ยังไงก็อดผิดหวังไม่ได้”

น้อยครั้งที่ไอ้นัยจะแสดงความรู้สึกทางอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน แต่วันนี้ดูเหมือนจะเป็นข้อยกเว้น แสดงให้เห็นว่ามันตั้งความหวังเอาไว้มาก ทั้งๆที่มันไม่ใช่ผู้สมัครเอง

“แล้วพี่เต้ล่ะ” ผมถาม “เป็นไงบ้าง”

“ก็จ๋อยไปอะ” ไอ้นัยตอบ “แต่ก็ยังคอยปลอบใจน้องๆ”

เช้าวันนั้นผมเรียนหนังสือด้วยความสบายใจ เพราะคิดว่าไอ้นัยคงจะหมดภาระเสียที ต่อไปคงไม่ต้องถูกใครหลอกกินแรงแรงอีก ส่วนเรื่องความผิดหวังนั้นสักพักก็น่าจะทำใจได้…

- - -

ในช่วงนั้นเอง ผมก็ยุ่งๆ เพราะไปทำกิจกรรมที่สหกรณ์ส่งเสริมการอ่านหรือว่าร้านหนังสือเช่ามาได้พักหนึ่งแล้ว งานที่นั่นยังไม่ค่อยลงตัวนัก โดยเฉพาะระบบเอกสาร อีกทั้งการจัดหาหนังสือมาปล่อยเช่าก็ยังไปไม่ได้ถึงไหน

“เราคงต้องเริ่มเปิดกิจการกันเสียที” พี่มั่วพูดกับน้องๆ “มันช้ากว่าแผนงานมามากแล้ว ถ้าจะรอให้พร้อมทุกอย่าง สงสัยชาติหน้าค่อยได้เปิด”

ในด้านหนังสือที่เอามาให้เช่านั้น เราก็เอาเงินที่ได้จากค่าสมาชิกมาจัดซื้อ ทุนเริ่มแรกมีไม่มาก เพราะร้านยังไม่เปิดทำการ จึงไม่ค่อยมีใครสนใจสมัครสมาชิกกันมากนัก ส่วนใหญ่เป็นพวกอาจารย์ นักเรียนก็พอมีบ้าง สมาชิกรุ่นบุกเบิกที่ได้มากส่วนใหญ่ได้มาจากการข่มขู่ ขอร้อง และบังคับเกือบทั้งนั้น พวกที่สมัครใจแทบจะไม่มีเลย

หนังสือที่เอามาให้บริการนั้น พี่มั่วไปซื้อต่อมาจากร้านหนังสือเช่า ทำให้ได้ราคาหนังสือใช้แล้วซึ่งถูกกว่าซื้อใหม่มาก หนังสือที่เน้นก็ได้แก่การ์ตูนญี่ปุ่น นอกจากนั้นก็มีนิตยสารผู้หญิงรายปักษ์ รายเดือน เอามาไว้บริการบรรดาอาจารย์ เพราะที่โรงเรียนนี้อาจารย์หญิงมากกว่าอาจารย์ชาย พวกนิตยสารนี้จะมีทั้งล่าสุดคือฉบับปักษ์ที่แล้วหรือเดือนที่แล้ว หรือไม่ก็เก่ากว่านั้น ส่วนฉบับปัจจุบันทันสมัยในตอนต้นยังไม่มี เพราะของใหม่ราคาแพง

นอกจากซื้อจากร้านหนังสือเช่าแล้ว สหกรณ์ยังรับซื้อนิตยสารจากสมาชิกด้วย คือสมาชิกคนใดจะเอาหนังสือการ์ตูนหรือนิตยสารมาขายให้แก่สหกรณ์ก็ได้ โดยวางกฎเกณฑ์การรับซื้อเอาไว้ เช่น นิตยสารของปักษ์ที่แล้วจะรับซื้อแพงหน่อย ถ้าเก่ากว่านั้นก็จะถูกลงไปตามส่วน

และที่สำคัญ สมาชิกไม่ว่าจะมาเช่าหนังสือ หรือเอาหนังสือมาขายให้สหกรณ์ก็ตาม จะถือว่ามีการอุดหนุนสหกรณ์ ดังนั้นยอดเงินดังกล่าวจะถูกบันทึกเอาไว้ เพื่อนำมาคำนวณเป็นโบนัสหรือว่าปันผลปลายปี ยิ่งเช่ามาก หรือเอามาขายให้มาก ก็ยิ่งได้โบนัสมาก แต่ถ้าอยู่เฉยๆไม่มีการอุดหนุนสหกรณ์เลยก็จะไม่ได้อะไร นอกจากเงินปันผลตามจำนวนหุ้นซึ่งน้อยมาก นี่เองคือกลยุทธ์ที่ใช้จูงใจให้สมาชิกมาอุดหนุนสหกรณ์กันมากๆ

การที่ต้องบันทึกธุรกรรมของสมาชิกอย่างละเอียดเพื่อเอาไปคำนวณเงินปันผลนี่เอง ทำให้ต้องใช้เวลาและแรงงานมากไปกับงานเอกสาร ต่างจากร้านหนังสือเช่าทั่วไปที่จ่ายเงินแล้วก็จบกัน

การมาช่วยงานของผมนั้นส่วนใหญ่จะใช้เวลาช่วงพักเที่ยง และหลังเลิกเรียนประมาณ ๓๐-๔๕ นาที อยู่นานกว่านั้นไม่ได้ หลังจากที่เตรียมงานมานานพอสมควร ในที่สุด ร้านหนังสือเช่าก็ใกล้ได้เวลาเปิดทำการเสียที

- - -

“มึงว่างแล้วมาช่วยงานกันที่สหกรณ์ไหมล่ะ งานเร่ง คนก็ไม่พอ” ผมเอ่ยปากชวนไอ้นัย เมื่อเห็นมันผิดหวังจากการช่วยหาเสียง ดังนั้นจึงอยากให้มันมีอะไรทำแก้เซ็ง อีกอย่าง พี่มั่วยังต้องการรุ่นน้องมาช่วยอยู่ เนื่องจากจะต้องเปิดดำเนินการในสัปดาห์หน้านี้แล้ว กำหนดนี้เลื่อนไม่ได้ เพราะว่าเชิญผู้อำนวยการโรงเรียนและนิมนต์พระมาเรียบร้อยแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องทำให้ทัน

“เอาดิ ดีเหมือนกัน” ไอ้นัยตอบรับอย่างง่ายดาย

ผมพาไอ้นัยไปพบพี่มั่ว ซึ่งตัวจริงบางทีก็มั่วๆสมชื่ออยู่เหมือนกัน หลังจากที่พี่มั่วรู้จุดประสงค์ของไอ้นัย ก็รับเป็นสมาชิกสหกรณ์และสอนงานให้ทันที

ไอ้นัยเข้าใจงานสหกรณ์ได้โดยไม่ยากนัก เพียงแค่สองสามวัน ไอ้นัยก็เป็นงานพอๆกับผม และอาจจะคล่องกว่าผมเสียอีก

“เอ้อ นัยอยู่ไหมน้อง” มีคนมายืนด้อมๆมองๆอยู่ที่หน้าห้องสหกรณ์ แต่ไม่ได้เดินเข้ามา เพียงชะโงกหน้ามาถามผม พอดีตอนนั้นผมอยู่ใกล้ประตู กำลังง่วนกับการจัดชั้นหนังสือ เสียงนั้นนุ่ม น่าฟัง แถมยังคุ้นๆ

“อยู่ครับพี่ อยู่ข้างใน” ผมตอบโดยไม่ได้ดูให้ชัดว่าใครมาถามหาไอ้นัย พอตอบเสร็จจึงเงยหน้าดู... พี่เต้นั่นเอง


<ตอนบ่าย หลังเลิกเรียน ผมอุตส่าห์เสี่ยงกับการกลับบ้านค่ำเพื่อรอฟังพี่เต้ปราศรัย พี่เต้ขึ้นเวทีด้วยมาดที่แสดงความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่มีอาการประหม่า ผมเพิ่งเห็นหน้าพี่เต้ตัวจริงชัดๆวันนี้เอง เพราะว่าปกติไม่ได้สนใจ และยังไม่มีโอกาสได้เห็นตัวจริงมาก่อน>

13 comments:

Anonymous said...

มาเยี่ยมอาอูแล้วครับ
ยังไม่หายครับ ไม่ค่อยสบาย
อาการเปลี่ยนแปลงบ่อย

หลาน Arus ของอาอู

Anonymous said...

อ่ะแน่ะ ๆ

มีลางสังหรณ์ว่าจางานเข้า = =

รุสึกไปเองป่าวหว่า ~*

ม่อน

Anonymous said...

อานัยงานเข้าแล้ว
คนใหม่ชน"คนเก่า" แล้วแบบนี้คนเก่าจะเหลือเหรอ
T-T วัยรุ่นเรียก กิ๊ก เรียก นอกใจ
พี่เต้ไปให้พวกๆเลย ไม่เอาพี่เต้อ่ะ...
แถมอาอูยังชี้โพรงให้กระรอกไปลงอีก...

หลาน Arus ของอาอู

naja said...

ไอ้พี่เต้มาเกาะแกะไรนัยป่าวเนี่ยย

พี said...

" รักสามเศร้า "จะเกิดหรือปล่าวนา...แต่ไม่น่าเศร้ามาก เพราะ คุณอู กับ นัย คงยังคบกันอยู่ นัย น่าจะเลือกคุณอู
.....ขอบคุณคุณอู และ รีพลาย16 ในตอนที่64 ช่วงนี้กำลังดูใจน้องเขาอยู่ครับ ว่าน้องเขา จะเข้าใจ และเห็นใจพี่มากแค่ไหน เมื่อคืนวันเกิดผม หลานและน้องๆ ก็จัดเลี้ยงให้ผม น้องคนนั้นยังซื้อเหล้า2กลม+มิกเซ่อร์ให้เป็นของขวัญ เมื่อคืนก็ได้คุยกัน24นาที (แอบคุยทางโทรศัพท์)ก็ได้คำตอบเหมือนเดิม แต่พอเมาแล้วผมก็ไปนอนข้างๆเขา ตอนเช้า น้องเขาตื่นก่อนก็กลับบ้านไปก่อน พรุ่งนี้ผมจะไปปลงที่หัวหิน ให้น้องเขาไปส่งที่รถ (น้องและเพื่อน น้องชายและเพื่อนน้องเขารู้อยู่แล้วว่าช่วงนี้ผมกำลังอกหัก เพียงแต่ไม่รู้ว่าอกหักจากผู้ชาย และเป็นเพื่อนตัวเอง เพราะผมมีอาการเครียดเรื่องนี้มา2สัปดาห์แล้ว หวังว่า การอยู่ไกลกันสักพัก คงทำให้ผมดีขึ้น และ อาจช่วยให้น้องได้เห็นใจพี่มากขึ้น....
ขอโทษด้วยนะครับที่ อาจมาแทรกเรื่องของคุณอู แต่ผมไม่รู้จะคุยกับใครดีที่รู้ว่าเราเป็นเกย์

ยุ่น said...

เอาอีกแล้ว เริ่มรู้สึกอึดอัดอีกแล้วเรา ฮือฮือ
ไม่ชอบอ่ะ เมื่อความรู้สึกแบบนี้เริ่มมาเยือน

หวังว่านัยก็ยังคงเป็นนัยนะครับ
ไม่หวั่นไหว มั่นคงกับความรู้สึกที่มีต่ออู
อะไรก็ไม่สามารถทำให้นัยเปลี่ยนแปลงไปจากอูได้
ไม่ว่า...จะเป็นมนุษย์หน้าไหนก็ตาม
เฮ้ออออ...อย่าถือสาผมเลยนะครับ คุณอู
ผมอินกับอารมณ์แบบนี้อยู่เสมอ
มันเป็นจุดอ่อนเฉพาะตัวน่ะครับ ฮุฮุ

ขอบคุณครับ คุณอู

ยุ่นครับ

yo408 said...

คาดว่าจะมีมือที่มองไม่เห็น เอ้ย มือที่3

Anonymous said...

(^_^)วันนี้ได้ที่8กิ้กๆ แต่ที่1ของปีครับขอบคุนลุงอูค้าบบ ลุงอูเอาหนังสือโป๊ไปให้เช่ารึป่าวเนีย น่าจะแพงเน้อ555+ ลุงอูเดี๋วนี้ไม่ลงรูปเก่าโบราณเลยครับ อยากดูรูปใตสะพานพุทธสมัยนุ้นจังตอนเย็นมีขายของมั้ยครับ ลุงอูเม้นข้าบนบอกจะมีกาจุ้ที่3อะครับ ก้ากๆๆ

Anonymous said...

โห เอาหนังสือโป๊มาให้เช่า ไอเดียเริ่ดจริงๆ คนแห่กันเช่าสหกรณ์แตกแน่

Anonymous said...

มาอ่านแล้วคร้าบบบ !!

ตอนนี้ ไม่ค่อยมีอะไรเลย แต่ทิ้งปมไว้เยอะนะลุงอู


ลุงอู ไม่ต้องคิดมากนะ

ที่ไอซ์บอกว่าเกลียด อู อ่ะ มันเป็นแค่ความหมั่นไส้ ๆๆ

ไม่ได้เกลียดจริง ๆ หรอก (ถ้าเกลียดก็ไม่มาอ่านแล้วจิ)


ที่ ลุงอู ถามว่ามาเจอเรื่องนี้ได้ไง

ก็จำไม่ค่อยได้อ่ะครับ เจอมาเป็นปีแล้วครับ

แต่เพิ่งมาอ่านจริง ๆ ช่วงสัปดาห์นี้แหละครับ

แต่จำได้คร่าว ๆ ว่า ลองค้นใน Google หาฟิค แล้วก็เจอนี่แหละครับ

ประมาณนี้ ๆๆ ^^&


แต่ก็จะเป็นกำลังใจให้ ลุงอู นะครับ

รีบมาอัพไว ๆๆ พี่เต้เค้าจะทำอะไรน้า น่าสงสัย ๆๆ


ไอซ์

Anonymous said...

ช่วงนี้ไม่มีรูปเพราะว่ายืมเครื่องของคนอื่นใช้ครับ ทำได้แต่โพสต์เนื้อเรื่องเท่านั้น แต่อีกวันสองวันจะได้ใช้เครื่องเดิม แล้วจะเติมรูปในตอนเก่าๆให้ด้วยครับ ถ้าพอหาได้

พี่เต้มาหาไอ้นัยไม่ใช่แค่คุยธรรมดาหรอกครับ

ช่วงนี้เนื้อเรื่องดูเหมือนจะเรื่อยๆ ไม่ค่อยมีอะไร แต่ที่จริงเวลาทะเลจะเกิดสึนามิ คลื่นลมจะสงบ บรรยากาศจะเงียบมาก หลังจากนั้นน้ำทะเลก็จะถอยห่างไปจากชายหาด ทำให้ก้นทะเลโผล่ขึ้นมาให้เห็น ใครที่ไม่รู้เท่าทันก็จะลงไปเล่นระเริงใจ รีบลงไปเก็บเปลือกหอยและปะการัง เพราะนานๆจะมีโอกาสแบบนี้สักที แต่แล้วเมื่อสึนามิมา ทุกอย่างก็สายเกินไป...

ที่จริงมันก็เหมือนกับเศรษฐกิจของเราตอนนี้ หลายคนอาจนึกว่าใกล้ถึงก้นแล้ว หลายคนอาจจะรีบไปเก็บของเพราะคิดว่าของดีราคาถูกมาแล้ว ต้องอย่าลืมเผื่อทางถอยให้กับตัวเองด้วย

หลาน Arus ต้องหาใครมาดูแลให้เป็นจริงเป็นจังเสียทีละมังครับ จะได้หายไวๆ

ใจเย็นๆนะครับพี มีอะไรก็มาคุยในนี้ก็ได้ เผื่อว่าจะสบายใจขึ้น ผมขอเอาใจช่วยลุ้นด้วยคนครับ

อู

Anonymous said...

พี่เต้มาหาไอ้นัยไม่ใช่แค่คุยธรรมดาหรอกครับ


ลุงอู ทิ้งปริศนาซะ สงสัย ๆๆ ติดตามครับ



ไอซ์

Anonymous said...

ในที่สุด อูกับนัย ก็ได้มาใกล้ชิดกันเหมือนเดิมอีกครั้ง