Tuesday, January 8, 2008

ตอนที่ 81

ผมงง รู้สึกไม่ค่อยเชื่อหูตนเอง

“ว่าไงนะ” ผมยังไม่แน่ใจ

“กูบอกว่ามึงไปเถอะ กูดูแลตัวเองได้” ไอ้ชัชพูดย้ำ

“ทำไมมึงเปลี่ยนความคิดแล้วล่ะ” ผมถาม

“เห็นมึงเศร้าแล้วสงสารว่ะ ถ้ามึงอยู่ที่นี่แล้วต้องเป็นแบบนี้ กูว่ามึงไปดีกว่า” ไอ้ชัชพูดเรียบๆ สีหน้าก็เรียบๆ ดูหน้ามันไม่ออกว่ามันรู้สึกอย่างไร

ผมเงียบ ภาพความหลังของเราสองคนตั้งแต่เด็กจนโตผุดขึ้นมาในสมองเป็นฉากๆ ไอ้ชัชเป็นเด็กที่ร่าเริง ขี้เล่น ชอบแหย่เพื่อน ชอบต่อปากต่อคำ และใจน้อย ในเวลาที่มันรู้สึกว่าต้องการผม ผมไม่ยอมอยู่กับมัน แต่เมื่อถึงเวลาที่ผมจำต้องอยู่กับมัน มันกลับเลือกที่จะปล่อยให้ผมไป มันรักเพื่อนจนถึงกับยอมสละความต้องการส่วนตัวของมันได้ คำพูดที่มันพูดกับผมแม้เรียบง่าย แต่ผมกลับรู้สึกกินใจ ถึงตอนนี้ ผมผมรู้สึกว่าไอ้ชัชเปลี่ยนไปมาก น้ำใจของมันยิ่งใหญ่กว่าที่ผมคิด

“มึงเปลี่ยนไปเยอะเลยนะไอ้ชัช” ผมพูด แล้วจ้องหน้ามัน มันเป็นใบหน้าที่ผมคุ้นเคยมาแต่เด็ก

“กูหล่อขึ้นหรือไง” มันพยายามพูดติดตลก ท่าทีของมันดูเขินๆอย่างไรชอบกล

ผมจับมือของมันมากุมไว้ อยากจะกอดมัน แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะว่ากลัวคนเห็น

“มึงไม่น่าคบกับกูเลยรู้ไหม” ผมพูด

“ทำไมเหรอ” ไอ้ชัชงง

“มึงเป็นเพื่อนที่ดีของกู แต่กูเป็นเพื่อนที่เลวของมึง คบกับกูมีแต่เสียเปรียบ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ทำไงได้ กูหลวมตัวมาแล้วนี่” ไอ้ชัชตอบ

“ขอบใจมากนะเพื่อน” ผมพูดด้วยความตื้นตันใจ “แต่โอกาสมันแทบไม่เหลือแล้ว ใกล้หมดเขตรายงานตัว ที่อยู่ก็ไม่มี จนปัญญาแล้วว่ะ”

“ลูกบ้าของมึงเยอะจะตาย กูว่ามึงไม่จนปัญญาง่ายๆหรอก” ไอ้ชัชว่า ดูสิครับ มันยังอุตส่าห์มีศรัทธาในตัวผมถึงขนาดนี้

ตอนค่ำวันนั้น เรานั่งชื่นชมกับอากาศในฤดูหนาวที่หน้าตึกอย่างเงียบๆ มิตรภาพของเรากลับคืนมาอีกครั้ง ช่องว่างที่เคยมีอยู่ก็กลับแคบลง ตอนนั้นผมไม่ค่อยคิดมากแล้วละครับ เพราะว่ารู้สึกหมดหนทาง ก็เลยไม่อยากคิดอะไรต่อ เอาเวลามานั่งกินบรรยากาศกับไอ้ชัชดีกว่า

วันรุ่งขึ้น ตอนพักเที่ยงไอ้ชัชก็กลับมากินอาหารกับพวกเราเหมือนเดิม ไอ้นัยดีใจที่ไอ้ชัชไม่เศร้าโศกน้อยใจแล้ว แต่คนที่ยังเศร้าไม่เลิกกลับกลายเป็นผมแทน ดังนั้นบรรยากาศโดยรวมก็ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังมีความกดดันแฝงอยู่

“ฮื่อ ปีนี้ทำไมมันมีแต่เรื่องวะ” ไอ้นัยพึมพำ ปกติไอ้นัยที่ไม่ค่อยบ่นอะไร ก็ยังอดไม่ได้ต้องพูดออกมา

“ทำใจแล้วล่ะว่ะ ขี้เกียจคิดแล้ว” ผมพูด

“ปากมึงบอกว่าทำใจ แต่หน้ามึงไม่ได้บอกเลยนะว่ามึงทำใจได้” ไอ้นัยว่า

“นั่นดิ ทำหน้าเหมือนตูดเลย” ไอ้ชัชเสริม

“เอางี้ มึงนอนที่ป้ายรถเมล์ดิ กูเคยเห็นคนนอน” ไอ้นัยพูดหน้าตาเฉย

ผมอดหัวเราะไม่ได้ จำได้ว่ามันเคยพูดประโยคนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง มันทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาที่เราสามคนเคยมีความสุขด้วยกัน ผมรู้ว่ามันแกล้งแซวเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ

“มึงจะให้มันนอนที่ป้ายรถเมล์จนจบ ม.ปลายเลยเหรอ แล้วมันจะเอาที่ที่ไหนทำการบ้านวะ” ไอ้ชัชแซวบ้าง

พูดถึงป้ายรถเมล์ ไอ้นัยทำหน้าเหมือนคิดอะไรได้

“เออ นี่” ไอ้นัยพูด “นึกอะไรขึ้นมาได้อย่าง”

“ก็เล่ามาดิ” ผมพูด

“บางวันอากูก็ออกไปใส่บาตรที่หน้าบ้านตอนเช้า” ไอ้นัยพูด แล้วชะงักเอาไว้

“แล้วไงล่ะ” ไอ้ชัชถาม “มึงรีบเล่ามาเลย ไม่ต้องยึกยัก”

“ก็เห็นหลวงอาหลวงลุงมีเด็กวัดถือถังใส่อาหารที่บิณฑบาตรเดินตามมาน่ะสิ” ไอ้นัยเล่า “พวกนี้ก็อายุราวๆพวกเรานี่แหละ กูได้ยินพวกเค้าคุยกันว่า ต้องรีบกลับวัด เดี๋ยวไปโรงเรียนไม่ทัน”

“แล้วมึงจะเล่าทำไมวะ เรื่องพระบิณฑบาตรเนี่ย” ผมงง เพราะอยู่ดีๆไอ้นัยก็เล่าอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยขึ้นมา

“ฟังต่อดิ อย่าเพิ่งขัดคอ” ไอ้นัยดุ “กูสงสัย ก็เลยถามเด็กพวกนี้ว่าเรียนหนังสือด้วยเหรอ พวกเค้าก็บอกว่าเรียนดิ เรียนที่โรงเรียนประถมแถววัดนั่นเอง เค้าว่าที่บ้านอยู่ต่างจังหวัด จน ไม่มีเงิน มาอยู่วัดก็เพราะว่าหวังจะได้เรียนหนังสือนี่แหละ”

“ถ้างั้น...” ไอ้ชัชพูด “มึงจะให้ไอ้อูไปอยู่วัดใช่ไหม”

“มันน่าจะดีกว่าป้ายรถเมล์นะ” ไอ้นัยพูด แล้วทำหน้าทะเล้น

ไอ้ชัชเขกหัวมันไปป๊อกหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ “ไอ้เปรต จะตลกก็ไม่บอก กูหลงฟังอยู่ตั้งนาน

“โอ๊ย” ไอ้นัยร้องลั่น “บอกแล้วว่าอย่าเขกหัว เดี๋ยวเยี่ยวรดที่นอน”

ผมได้ความคิดขึ้นมาทันที เรื่องเด็กวัดนี้แม้จะฟังดูแย่ๆ แต่แผนแย่ๆก็ยังดีกว่าไม่มีแผนอะไร ผมเริ่มรู้สึกมีความหวังและกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง

สำหรับคนที่อยู่ในกรุงเทพฯในยุคนี้อาจจะเห็นภาพพระเดินบิณฑบาตกับเด็กวัดได้ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะคนที่อยู่คอนโดหรือคนที่นอนตื่นสาย แต่ตอนที่ผมเรียนอยู่ก็ยังหาดูได้ โดยเฉพาะย่านชานเมือง พระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาตจะมีเด็กวัดมีอายุอยู่ในช่วงวัยรุ่นเดินตาม ในมือของเด็กเหล่านี้ก็จะหิ้วถังพลาสติก เมื่อพระสงฆ์รับการใส่บาตรจากญาติโยมแล้ว อาหารที่เกินกว่าบาตรจะรับได้ก็จะเอาใส่ไว้ในถังพลาสติกเหล่านี้ พูดง่ายๆเด็กวัดเหล่านี้ก็คือคนที่ช่วยถือของให้พระนั่นเอง

เด็กวัดเหล่านี้ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน บางคนก็มาจากต่างจังหวัด ก็ได้อาศัยวัดและข้าวจากบาตรพระนี่แหละครับ ที่ช่วยให้ตนเองมีที่อยู่ ที่กิน และมีการศึกษา อันนี้มารู้ตอนที่โตขึ้นมาอีกหน่อย ตอนนั้นยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้เท่าไร

“ไอ้นัย งั้นมึงช่วยถามเด็กวัดให้กูหน่อยสิ ว่าทำยังไงถึงจะไปอยู่เป็นเด็กวัดได้”

ไอ้นัย ไอ้ชัช อ้าปากหวอ

“ไอ้อู มึงเอาจริงเหรอ กูเล่าให้มึงฟังสนุกๆเท่านั้น เห็นมึงเครียดๆ” ไอ้นัยพูด

“เออ มึงพูดเล่น แต่กูเอาจริง มึงไปถามรายละเอียดมาให้กูอีกหน่อยเถอะ” ผมพูด

“เห็นมั้ย กูว่ามึงลูกบ้าเยอะ แล้วกูพูดผิดที่ไหน” ไอ้ชัชพูด ไอ้ชัชนี่มันเข้าใจผมจริงๆ

12 comments:

จักรราช said...

3 หนุ่มกลับมาเข้าใจกันแล้ว ดีใจด้วยนะครับ จะติดตามตลอดไปครับ

ขอบคุณครับ

patpol said...

คิดถึงครับ นึกรักไอ้อูเข้าแล้ว

Anonymous said...

มาเขียนได้ทันใจดีจัง
กำลังสนุกครับ

thom

Anonymous said...

เข้ามาสองทีตอนตีหนึ่ง กับตีสองกว่าๆ
นึกว่าจะมาคนแรกเสียอีก
สงสัยอาอูดักทางเราถูกแล้วสินะ...

เสียใจจังไม่ได้เป็นคนแรกของคุณอาอู

Arus

minny said...

คิดถึงเรื่องราวเก่าๆ ในชีวิตจังเลย

Anonymous said...

ขอบคุณมากครับอู

ผมรักไอ้ชัชสุด ๆเลย
มันเป็นคนที่มีน้ำใจน้ำใจเสมอมา
ไม่เคยเปลี่ยน
จุดด้อยคือเป็นคนที่ไม่มีความเชื่อมั่น
ในตัวเอง จะต้องมีเพื่อน (โดยเฉพาะเป็นอู)
คอยดูแลหรือเป็นที่พึ่งทางใจ
แต่ลึก ๆ เป็นคนมีน้ำใจมากกับอู
แต่อูไม่เคยเห็นเลย
ที่ไม่เคยเห็นเพราะใจอูไปฝักใฝ่ที่นัยนั่นเอง
ตอนนี้เหตุการชักจะเป็นจรงแล้วดิ
ที่นัยมันจุดประกายควมหวังให้กับอู
ในที่สุดอูก้อไปเรียนกับนัยจริง ๆ
ชัชมันก้อต้องอยู่คนเดียวจริงๆด้วย
ก้อดีนะชัชมันจะได้ฝึกเป็นตัวของตัวเอง
จะได้มีความเชื่อมั่นตัวเอง
ดูแลตัวเองได้ฃ
คิด ๆ ไปก้อสงสารมันเหมือนกันนะ
แต่มันคงทำใจได้แล้วที่จะอยู่คนเดียว
เพราะจากคำพูดที่ว่า
***“ถ้ามึงจะอยู่เพราะกู ก็ไม่ต้องหรอกนะ มึงไปเถอะ กูดูแลตัวเองได้”***

ตกลงอูจะไปอยู่วัดจริงๆเหรอนี่
เหตุการณ์ก้อคงดำเนินต่อไปตามชะตาชีวิตที่ลิขิตไว้แล้ว คิดว่าพอขึ้นมัธยมแล้ว
อูก้อคงจะหายสับสนซะที คงแยกแยะได้แล้วว่า
การที่ผู้ชายจะรักผู้ชายนั้นมันก้อเป็นไปได้เหมือนกัน
55555
ผมเป็นกำลังใจให้อูเหมือนเดิมนะคับ
และจะรอตอนต่อไปคับผม
พอสอบไล่เสร็จรบประกาศษณียบัตรเสร็จและปิดเทอม
ก้อคงจะจบภาคประถมศึกษานะคับ
แหะแหะ!!!!!!
แล้วอูก้อมาต่อตอนมัธยมต่อไปนะคับ
ขอบคุณมากครับ
KTB

Anonymous said...

เข้ามาตามเรื่องคับ
เป็นกำลังใจให้อู่คับ
อย่างไรอู่ยังเป็นฮีโร่จอมหื่นสำหรับผม
^^SKY^^

Anonymous said...

รักชัชมั่กๆ ครับ

Anonymous said...

รอๆ ครับอู

Anonymous said...

สนุก ซึ้ง น่าอ่าน เ้หมือนเดิมครับอู

Anonymous said...

มาถึงตอนนี้คนที่น่าเห็นใจที่สุดผมว่าน่าจะเป็นอูมาก แต่ก้อประทับใจกับชัชมากๆ ครับ อยากเกิดมาเป็นเพื่อนกับนายสามคนจังครับ จาได้ทำไรหนุกๆด้วยกัน หุหุหุ นอกเรื่องแล้ว อิอิ ปิดตอนได้ดีครับอยากติดตามแล้วว่าอูจะได้ไปกับนัยหรือปล่าว ถึงไม่ได้ไปกับนัยอยู่กับชัชก้อดีนะครับผมว่า ไงก้อจะคอยมาเป็นกำลังใจให้เหมือนเดิมครับ
คิดถึงนะครับ
กร ครับ

patpol said...

หายไปนานเลยนะครับ รออยู่ครับ