Saturday, June 13, 2009

ภาคสอง ตอนที่ 91

ตอนสายของวันนั้น ขณะที่ผมกำลังทำงานบ้านอยู่ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จากนั้นเอ๊ดก็มาตามผมไปรับสาย

“ผู้หญิงโทรมา” เอ๊ดพูด สีหน้าแสดงความสงสัย

ผมเองก็สงสัยเช่นเดียวกัน แต่พอเมื่อรับสายแล้วก็หายสงสัย เป็นคุณอาผู้หญิงของไอ้นัยนั่นเอง

ผมรู้สึกไม่ชอบมาพากล เพราะเมื่อเช้าคุณอาผู้ชายโทรมา ตอนสายคุณอาผู้หญิงโทรมาอีก เรื่องนี้คงต้องมีเลศนัยเป็นแน่

หลังจากทักทายกันเล็กน้อย คุณอาผู้หญิงก็ถามในเรื่องที่ต้องการรู้ทันที แต่เป็นการถามแบบอ้อมไปอ้อมมา น้ำเสียงในการพูดคุยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด

“อู... อูรู้ไหมว่านัยเค้ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า” คุณอาถาม

ถามแบบนี้อีกแล้ว เมื่อเช้าอาผู้ชายก็ถามไปแล้ว ผมระวังตัวจนตัวเกร็ง

“ไม่มีอะไรนี่ครับ” ผมตอบแบบเดียวกับเมื่อเช้า “ช่วงหลังเราไม่ค่อยได้เจอกันครับ”

“แล้วนัยเค้ามีท่าทางอะไรผิดปกติหรือเปล่า” คุณอาถามแบบเดิมอีก เพียงแต่เปลี่ยนถ้อยคำไปเล็กน้อย

“ไม่เห็นมีอะไรนี่ครับคุณอา” ผมตอบสั้นที่สุด

คุณอาเงียบไปครู่หนึ่ง

“เอางี้ อูคิดว่านัยเป็นกระเทยไหม” คุณอาถามโพล่งขึ้นมา

“อะไรนะครับ” ผมตกใจ คราวนี้ตกใจจริงๆ ทำไมคุณอาถึงคิดว่าไอ้นัยเป็นกระเทยได้

“แบบว่าชอบผู้ชายด้วยกันน่ะ” คุณอาขยายความต่อ “อูพอรู้ไหม”

“...” ผมสะดุ้ง คำถามนี้จี้ใจดำเกินไป ผมไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไรดี ถ้าถามว่าเป็นกระเทยละก็ไม่ใช่ แต่ถ้าถามว่าชอบผู้ชายละก็... หลายวันก่อนผมอาจไม่แน่ใจ แต่เหตุการณ์เมื่อวานทำให้ผมคิดว่ามันคงเป็นแบบเดียวกับผม ยามหวนคิดถึงเรื่องเมื่อวาน ผมอดรู้สึกเจ็บแปลบในใจไม่ได้

“ไม่หรอกครับ” ผมยืนกระต่ายขาเดียวแบบอึกอัก เกรงว่าจะตอบผิดพลาดไป ผมตื่นเต้นจนตัวเกร็ง รู้สึกว่ามีเหงื่อซึมออกมาจากฝ่ามือ “ไม่เห็นนัยมีอะไรผิดปกตินี่ครับ”

“อูแน่ใจใช่ไหมจ๊ะ” คุณอาถามสวนกลับมา “อูสนิทกับนัยที่สุด คบกันมาตั้งหลายปี ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แทบจะกินนอนด้วยกัน อูไม่รู้อะไรเลยจริงๆหรือ นัยบอกอาเรื่องอูหมดแล้วนะ”

คำถามนี้เหมือนคำถามรุกฆาต ผมตกใจ มือสั่นจนแทบปล่อยหูโทรศัพท์หลุดจากมือ แสดงว่าคุณอารู้ความสัมพันธ์ระหว่างไอ้นัยกับผมจนหมดแล้ว นี่ถ้าคุณอาเอาเรื่องนี้ไปบอกที่บ้านผม ครอบครัวผมคงแตกย่อยยับแน่

แต่... เอ... ถ้ารู้หมดแล้วจะมาถามผมอีกทำไม?

“ผมไม่เห็นนัยมีอะไรผิดปกติเลยนะครับ เพื่อนๆทุกคนก็เห็นเหมือนกัน คุณอาทำไมสงสัยแบบนั้นละครับ” ผมปากแข็ง แถมยังถามกลับ

ตอนนี้ผมพอรู้วัตถุประสงค์แล้ว คุณอาโทรมาเพื่อเค้นเอาความจริงจากผมว่าผมและไอ้นัยความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินเพื่อนหรือไม่นั่นเอง หายนภัยกำลังกรายมาถึงตัวผมแล้ว

ไอ้นัยไม่ใช่คนปากมาก ผมไม่อยากเชื่อว่ามันเล่าอะไรให้คุณอาฟัง ผมตัดสินใจทำตัวเป็นผู้ร้ายปากแข็ง ไม่รับเสียอย่าง ยืนกระต่ายขาเดียวอยู่อย่างนั้น

คุณอาเริ่มมีน้ำเสียงที่แข็งกระด้างมากขึ้น คงรู้สึกไม่พอใจในคำตอบ หลังจากนั้นก็ซักวกไปวนมาอยู่อีกสักครู่ จนในช่วงหลังของการสนทนา ผมตอบแต่เพียง เปล่าครับ ไม่ทราบครับ ไม่ครับ เท่านั้น ไม่กล้าพูดมาก เพราะกลัวพลาด

หลังจากจบการสนทนาอันเคร่งเครียด ยังไม่ทันที่ผมจะหายมึน เอ๊ดเดินมาลากตัวผมขึ้นไปที่ห้องนอนทันที เมื่อเข้าไปในห้องนอน เอ๊ดรีบปิดประตู

“บอกมานะอู นี่มันเรื่องอะไรกัน” เอ๊ดถามเสียงเครียด

“เรื่องอะไรเหรอ” ผมแกล้งทำมึน ที่จริงตอนนั้นไม่ได้แกล้ง แต่ว่ากำลังมึนจริงๆ

“มีเรื่องอะไรกัน เมื่อวานอูกลับดึกโดยไม่ได้บอกใคร ซ้ำวันนี้คุณอาไอ้นัยยังโทรมาอีก อูก็เอาแต่เปล่าครับ ไม่ครับ อยู่นั่นแหละ บอกมานะว่าอูกับนัยไปก่อเรื่องอะไรเอาไว้” เอ๊ดถาม ไม่เพียงแต่น้ำเสียงเคร่งเครียด แม้แต่สีหน้าก็เคร่งเครียด

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก หลังจากถูกคุณอาเค้นมาสองรอบ ยังมาถูกเอ๊ดตามมาเค้นอีก

“ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีอะไรจริงๆ” ผมปฏิเสธ ผมรู้สึกว่าล้ามากแล้ว

“ยังงี้แล้วยังบอกไม่มีอะไรอีก” เอ๊ดพูดเสียงดังจนเกือบเป็นเสียงตะคอก “เห็นมีอะไรผิดปกติกับไอ้นัยมาตั้งนานแล้ว ยังบอกไม่มีอะไรอีก”

คำว่ามีอะไรผิดปกติทำให้วัวสันหลังหวะอย่างผมถึงกับสะดุ้งเฮือก

“...” ผมเงียบ ไม่พูดอะไร เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรจริงๆ ตอนนั้นมันมึนชาไปหมดแล้ว

“นี่อูเห็นเอ๊ดเป็นพี่ชายบ้างไหม แต่ก่อนมีอะไรก็เอามาปรึกษา หลายปีมานี้ทำอะไรไม่เคยบอก มีปัญหาอะไรก็ไม่เล่า ป๋าสังให้เอ๊ดดูแลอูให้ดี แต่เอ๊ดเป็นพี่ที่แย่มากเลยใช่ไหม อูมีอะไรถึงไม่ยอมบอก” เอ๊ดพรั่งพรูคำพูดออกมาด้วยความน้อยใจ

ผมเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา เอ๊ดดูจะหมั่นไส้แกมรำคาญผม รวมทั้งไม่ค่อยอยากยุ่งกับผมนัก ที่แท้ไม่ได้เป็นเพราะว่าเอ๊ดรำคาญผมจริงๆ แต่เป็นเพราะว่าเอ๊ดน้อยใจผมต่างหาก

ผมรู้สึกตึงเครียดและอึดอัดใจจนแทบจะทนไม่ไหว สองวันมานี้เรื่องร้ายต่างๆประดังกันเข้ามาจนผมตั้งตัวไม่ติด ผมรู้สึกสงสารเอ๊ดมาก ใจหนึ่งอยากสารภาพความจริงทั้งหมดให้เอ๊ดฟัง

“เอ๊ดอยากรู้ความจริงเหรอ…” ผมถามช้าๆ ใช้ความคิดอย่างหนัก

เอ๊ดพยักหน้าพลางรอให้ผมเล่าความจริงออกมา

“ไม่มีอะไรจริงๆเอ๊ด เอ๊ดเป็นพี่ชายที่ดี เอ๊ดดีกกับอูมาตลอด อูต่างหากเป็นน้องที่เลว” ผมพูดจากใจจริง ผมเป็นเพื่อนที่เลว เป็นน้องชายที่เลว รวมทั้งน่าจะเป็นลูกที่เลวของพ่อแม่ด้วย

ในที่สุดผมก็ยับยั้งใจเอาไว้ในวินาทีสุดท้าย ถ้าผมสารภาพออกไปแล้วเอ๊ดยอมรับไม่ได้ว่ามีน้องชายผิดปกติ ถ้าพ่อแม่ผมยอมรับไม่ได้ว่าลูกชายวิปริตผิดเพศ เรื่องราวทั้งหมดมีแต่จะเลวร้ายลงอย่างไม่มีทางแก้ไขให้กลับคืนมาได้อีก รวมทั้งไอ้นัยคงพลอยถูกสงสัยและเดือดร้อนไปด้วย ถ้าผมเงียบเอาไว้ก่อน อย่างน้อยวันหลังถ้าผมตัดสินใจจะบอกผมก็ยังทำได้

“โอ๊ย จะบ้า” เอ๊ดร้องพลางเอากำปั้นทุบข้างฝาดังโครมใหญ่ จากนั้นเปิดประตูห้องผลุนผลันออกไป ปกติเอ๊ดเป็นคนใจเย็น ผมไม่เคยเห็นเอ๊ดหุนหันดุดันเช่นนี้มาก่อน หลังจากนั้นทั้งวันเอ๊ดไม่คุยกับผมอีกเลย

ตกกลางคืน เนื่องจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีแต่เรื่องร้ายๆ เมื่อผมเข้านอน ผมก็นอนไม่หลับเกือบทั้งคืนอีกเพราะเต็มไปด้วยความกังวล เป็นห่วงไอ้นัยมาก ผมนึกถึงภาพที่ตี๋มาโรงเรียนในสภาพที่โดนเฆี่ยนมาอย่างยับเยินแล้วอดหนาวไม่ได้ คุณอาจะทำอะไรรุนแรงกับไอ้นัยไหม

นอกจากนี้ผมยังกังวลเรื่องที่คุณอาของไอ้นัยจะพยายามสอบถามเรื่องราวจากพ่อของผม ถ้าพ่อและแม่ระแคะระคายบ้านผมคงแตกแน่ รวมทั้งยังรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจในสิ่งที่ไอ้นัยทำลงไป ผมคิดวนเวียนไปมาจนปวดหัว แม้จะเจ็บช้ำน้ำใจ แต่ผมกลับเกลียดมันไม่ลง ยังอดเป็นห่วงและเป็นทุกข์แทนมันไม่ได้ ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ

‘ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา... ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด... ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ...’ ในสำนึกวูบสุดท้าย ผมแว่วเสียงอบรมของอาจารย์ใหญ่ก่อนที่ผมจะผล็อยหลับไป

- - -

วันจันทร์

เช้าวันนี้ผมรีบไปโรงเรียนแต่เช้าเพราะต้องการไปพบไอ้นัย อยากรู้ว่าเมื่อวันเสาร์เกิดอะไรขึ้นกันแน่ และต้องการให้แน่ใจว่ามันปลอดภัยดี แต่เมื่อไปถึงห้องเรียนของไอ้นัยผมก็ต้องผิดหวัง เพราะว่ามันยังไม่มา จนหลังเคารพธงชาติ ผมแวะไปดูอีกทีก็พบว่าไอ้นัยยังไม่มา

ผมแวะเวียนไปดูไอ้นัยอีกหลายครั้ง เผื่อว่ามันจะมาสาย

“มึงเป็นไรวะไอ้ไก่อู เห็นมาป้วนเปี้ยนหน้าห้องกูหลายครั้งแล้ว” อ๊อดถามเพราะรู้สึกผิดสังเกต

“กูมาดูไอ้นัย” ผมบอกตามตรง “มีเรื่องจะคุยกับมันหน่อย”

“ป่านนี้คงไม่มาแล้วมั้ง” อ๊อดดูเวลา ตอนนั้นเป็นเวลาสายแล้ว “สงสัยจะป่วย”

ตลอดทั้งเช้าผมเรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ผมรอไอ้นัยด้วยความกระวนกระวาย รู้สึกเป็นห่วงมันมาก จะโทรไปหามันที่บ้านก็กลัวโดนเค้นอีก การรอคอยโดยไม่มีความหวังนี่มันช่างทรมานจริงๆ

ตอนพักเที่ยง ผมขอให้อ๊อดโทรศัพท์ไปหาไอ้นัยที่บ้าน ผมลากมันไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะในโรงเรียน พลางบอกเบอร์โทรศัพท์ให้

“ทำไมมึงไม่โทรเองวะ” อ๊อดถามด้วยความสงสัย ยังไม่ยอมต่อโทรศัพท์ “มีปัญหาอะไรเหรอ”

“เอาเถอะน่า อย่าเพิ่งถามเลย โทรก่อนเถอะ” ผมรู้สึกอึดอัด ทำไมมีแต่คนตั้งคำถามที่ผมไม่ต้องการตอบกันมากมายนัก

“ไม่เอาอะ อยากรู้ก่อน” อ๊อดยียวน

ผมถอนใจด้วยความกลัดกลุ้ม จากนั้นยกมือไหว้มันอย่างนอบน้อม “กูขอร้องมึงล่ะอ๊อด ไหว้มึงด้วยเอ้า โทรให้กูหน่อยเถอะ อย่าเพิ่งถามอะไรได้ไหม”

“เฮ้ยๆๆ ไอ้ไก่อู เป็นไรไปน่ะ” อ๊อดตกใจเมื่อเห็นผมลงทุนไหว้มัน หลังจากนั้นก็รีบต่อโทรศัพท์แต่โดยดี “เอ้า โทรๆๆ ไม่ถามก็ไม่ถาม”

คุณอาผู้หญิงเป็นคนรับสายอ๊อด เมื่ออ๊อดขอสายไอ้นัย คุณอาบอกว่าไอ้นัยไม่สบาย ตอนนี้หลับอยู่

“ก็บอกแล้วว่าสงสัยมันไม่สบาย” อ๊อดพูดหลังจากวางหูโทรศัพท์

บ่ายวันนั้น หลังเลิกเรียน ผมขอให้อ๊อดช่วยโทรหาไอ้นัยให้อีก แม้อ๊อดจะสงสัย แต่คราวนี้ไม่ถามอะไร ยอมไปโทรให้แต่โดยดี แต่ผลก็ยังเป็นเหมือนเดิม

วันรุ่งขึ้น ไอ้นัยยังไม่มาโรงเรียน ตอนเที่ยงผมจึงไปขอร้องไอ้ตี๋ให้ช่วยโทรไปหาไอ้นัย ผมเปลี่ยนเสียงคนโทรเพื่อไม่ให้คุณอาระแวง ตี๋มองหน้าผม

“ทำไมมึงไม่โทรเองวะ” ตี๋ถามด้วยความสงสัย คำถามนี้อีกแล้ว

“กูขอร้องมึงสักครั้ง มึงอย่าถามเหตุผลได้ไหม แค่ช่วยโทรเท่านั้นแหละ” ผมอ้อนวอนมัน

นับว่าทั้งอ๊อดและตี๋เป็นเพื่อนที่พึ่งได้ในยามยาก ตี๋ยอมโทรศัพท์ให้แต่โดยดีโดยไม่ถามเหตุผลอีกเลย

“ไอ้นัยไม่สบายว่ะ หลับอยู่” ตี๋บอกผมหลังจากวางหู

ตอนบ่าย ผมวานให้ตี๋โทรให้อีก ผลก็เป็นเช่นเดิม ไอ้นัยหลับอยู่

ไม่สบายยังไงถึงได้หลับสองวันสองคืน ผมรู้สึกผิดปกติ หรือว่าไอ้นัยโดนเฆี่ยนจนป่วยและมาโรงเรียนไม่ได้?

- - -

เดือนกรกฎาคม

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ไอ้นัยไม่มาโรงเรียนเลย จากคำพูดของอ๊อด อาจารย์ประจำชั้นของไอ้นัยพูดให้เพื่อนๆในห้องแต่เพียงสั้นๆว่านัยไม่สบายและไปพักฟื้นที่ต่างจังหวัด ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเรียนได้เมื่อไร

“มียังงี้ด้วยโว้ย ไม่สบายแล้วไปพักฟื้นต่างจังหวัด มีแต่เข้าโรงพยาบาล ไอ้นัยนี่แปลกๆ เป็นโรคห่าอะไรวะ หรือจะเป็นโรคเอดส์ ยิ่งกำลังระบาดอยู่ด้วย” อ๊อดพูดเรื่อยเปื่อยกับผม

ผมเสียวสันหลังวาบ

“ไอ้ปากเสีย” ผมด่าไอ้อ๊อด “ไม่รู้อย่ามั่วได้มั้ย”

- - -

เดือนสิงหาคม

ไอ้นัยไม่ได้มาโรงเรียนมาเป็นเวลาประมาณหนึ่งเดือนแล้ว พวกเพื่อนๆวิจารณ์กันหึ่งว่าไอ้นัยป่วยหนักจนมาโรงเรียนไม่ได้ ไม่มีใครได้พูดคุยกับไอ้นัยเลย ผมเองไม่อยากจะเชื่อเพราะล่าสุดที่ได้เห็นไอ้นัย มันก็ดูแข็งแรงดี ถึงมันจะโดนทำโทษอย่างรุนแรง ป่านนี้ก็คงหายดีไปนานแล้ว

ผมเคยไปดูที่บ้านไอ้นัยหลายครั้ง แต่ก็ได้แค่แอบดู ไม่กล้าเข้าไปกดออดเรียกเพราะกลัวจะพบคุณอา ผมหาโอกาสปลอดที่ไอ้นัยอยู่บ้านคนเดียวไม่ได้เลย ถ้าเมื่อไรที่คุณอาทั้งสองคนไม่อยู่ที่บ้าน บ้านจะคล้องแม่กุญแจปิดเงียบ แสดงว่าไอ้นัยก็ไม่อยู่ด้วยเช่นกัน

สถานการณ์ภายในครอบครัวของผมไม่ราบรื่นนัก ตัวผมเองยังหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลาว่าคุณอาจะเอาความลับของไอ้นัยและผมไปเล่าให้ที่บ้านของผมฟัง ส่วนเอ๊ดน้อยใจผมมากและไม่ยอมพูดกับผมเลย ไม่ว่าผมจะงอนง้ออ้อนวอนอย่างไร เอ๊ดยื่นคำขาดว่าถ้าไม่เล่าความจริงให้ฟังก็ไม่ต้องคุยกัน ภายใต้ความกดดัน ผมเกือบจะเล่าความจริงให้เอ๊ดฟังหลายต่อหลายครั้ง แต่แล้วก็ยับยั้งใจไว้ในที่สุด ความกลัดกลุ้มกังวลและความอัดอั้นตันใจที่เกิดขึ้นในช่วงนี้สุดที่จะบรรยายได้ ผมเรียนหนังสือไม่ค่อยรู้เรื่อง และคะแนนการสอบย่อยกลางภาคของผมร่วงระนาว

คำขาดของเอ๊ดทำให้ผมหวนนึกถึงตอนที่ผมกดดันไอ้นัยให้เล่าความจริงที่มันปิดบังให้ผมฟัง ความอัดอั้นคับแค้นใจที่ไอ้นัยได้รับก็คงเป็นแบบนี้นี่เอง

ขอโทษนะเพื่อน กูไม่น่าบีบคั้นมึงขนาดนั้นเลย ผมเริ่มสำนึกเสียใจ ตั้งแต่เด็กจนโต ผมทำร้ายมันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กว่าจะสำนึกได้มันก็สายเกินไปทุกครั้ง... แต่ไม่ว่าผมจะทำร้ายมันกี่ครั้ง มันก็ยังอดทนกับผมเสมอ แล้วผมล่ะ อดทนกับมันแค่ไหน อะไรนิดอะไรหน่อยก็ผมก็โวยมันเสียแล้ว

ตีหนึ่งแล้ว เอ๊ดเข้านอนไปแล้ว ในห้องปิดไฟมืด ผมนอนไม่หลับจึงมานั่งที่โต๊ะทำงานทั้งในความมืด แสงจากไฟในซอยลอดเข้ามาทางหน้าต่างๆสาดส่องโต๊ะแค่พอเห็นได้ลางๆ ผมเอาซองบทเพลงออกมาลูบคลำเล่น

กริ๊งงงงง

เสียงโทรศัพท์จากเครื่องที่อยู่ชั้นล่างดังสั้นๆแล้วเงียบไป ท่ามกลางคืนอันเงียบสงัด เสียงของมันจึงกังวานเป็นพิเศษ

กริ๊งงงงง

เสียงโทรศัพท์ดังสั้นๆแล้วเงียบไปอีก... นั่นเป็นสัญญาณของไอ้นัยนี่นา

ผมผุดลุกจากโต๊ะ รีบออกจากห้องไปทันที

“ไอ้โทรศัพท์บ้ามันมาอีกแล้ว” เสียงคุณป้าดังขึ้น คุณป้าเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอนมาเห็นผมพอดี “เดี๋ยวป้าจะลงไปด่ามันหน่อย ดึกดื่นแล้วยังโทรมาแกล้งอีก”

“มันเงียบไปแล้วครับคุณป้า เดี๋ยวอูลงไปดูให้ดีกว่า คุณป้าไปนอนก็ได้ครับ ถ้าดังอีกอูด่ามันให้เอง” ผมรับอาสา

ชรอยคุณป้าคงจะง่วงนอน จึงไม่ได้คัดค้านอะไร จากนั้นหันกายกลับเข้าไปในห้องนอนและปิดประตู

ผมรีบเดินลงไปที่เครื่องโทรศัพท์ จากนั้นโทรไปที่บ้านไอ้นัยทันที ต้องลองเสี่ยงดู ถ้าเป็นคนอื่นรับ ผมจะวางสายโดยไม่พูดอะไร

“โหล” ปลายสายด้านโน้นรับแทบจะทันที เสียงพูดเบาเกือบเป็นเสียงกระซิบ

เสียงนั้นเป็นเสียงที่ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่วัยเด็ก ไอ้นัยนั่นเอง

“นัย” ผมอุทานอย่างดีใจ ในที่สุดผมก็ติดต่อมันจนได้ “เป็นไงบ้าง”

“ก็... สบายดี” เสียงตอบนั้นฟังดูเศร้าสร้อยเสียเหลือเกิน ต่างจากนัยคนเดิมที่อารมณ์ดีและเข้มแข็ง

เพียงเท่านี้ผมก็รู้ว่ามันกลบเกลื่อน ผมใจหายวาบ หรือเรื่องที่ผมเคยกลัวจะเป็นจริงขึ้นมา

“คุณอาตีมึงเหรอ ใช่มั้ย” ผมรีบถาม

“...”

เพียงแค่นี้ผมก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ผมรู้ว่าคุณอาทั้งสองคนเลี้ยงลูกแบบสมัยใหม่ ไม่เคยตีไอ้นัยเลย มีแต่ดุ อีกอย่าง ไอ้นัยเป็นเด็กว่าง่ายและน่ารักมาตลอด จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องตี แต่มาวันนี้... ไอ้นัยต้องถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ...

“กูโดนคุมตัวแจ เค้าไม่ยอมให้กูติดต่อใคร” ไอ้นัยเปลี่ยนเรื่องสนทนา น้ำเสียงกลับกลายเป็นเร่งรีบ “นี่กูแอบโทร ฟังนะอู ให้กูบอกเรื่องสำคัญก่อน”


<“กูโดนคุมตัวแจ เค้าไม่ยอมให้กูติดต่อใคร” ไอ้นัยเปลี่ยนเรื่องสนทนา น้ำเสียงกลับกลายเป็นเร่งรีบ “นี่กูแอบโทร ฟังนะอู ให้กูบอกเรื่องสำคัญก่อน”>

28 comments:

Anonymous said...

ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับอู
ขอบคุณครับที่เป็นห่วง...
เดี๋ยวขอกลับไปอ่านก่อนครับ

กู๋

Anonymous said...

ยังมีลุ้นอีกเฮือกครับ....
เวลาเท่านั้นครับอาจจะทำให้อะไรต่อมิอะไรดีขึ้นเป็นกำลังให้กันและกันนะครับ

กู๋

naja said...

แม้จะคาดว่าสุดท้ายแล้วคงเศร้า (ที่ผ่านมาก้อเศร้าพออยู่แล้ว) แต่ลึกๆ แล้วก้อยังรู้ดีที่นัยยังนึกถึงอู

Anonymous said...

เจ็บปวดมากๆ ยิ่งอ่านยิ่งเจ็บปวด
สุดท้ายเรื่องจะจบแบบไหน ก็ต้องยอมรัีบมัน
จะสุขจะเศร้า หรือเสียใจอย่างไรมันคือสิ่งที่ทุกคนทำดีที่สุดแล้ว
ให้กำลังใจพี่อู กับพี่นัยค๊าบ
^^sky^^

Anonymous said...

ที่1(^_^) ลุงมาแอบเห็นเม้นแทนคำขอบคุณผมแล้ว กิ้กๆ

Anonymous said...

อ่านแล้วหดหู่ใจจัง

ว่าแต่ลุงหลานคู่นี้แอบไปทำอะไรกันละนี่

พี said...

ช่วงนี้ ท่าจะยาว ต่อ ไปอีกถึงตอนที่ 100 ก็ได้นะครับ....อิๆ


รออ่านต่อครับ


ลุ้น ลุ้น

พี

Anonymous said...

โอ๊ยยยยยยยย อยากอานต่อคร๊าบบบบ


ระทึกๆๆๆๆๆ

Bomber_Boy said...

ถึงจะยังไม่จบ สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย แต่พวกเราก็ยังได้อยู่กับนัย และอูเพิ่มขึ้นอีก เห็นด้วยกับผมมั้ยครับ...

บอกตรงๆ ว่ายังอยากให้จบ อยากให้เขียน ให้พวกเราอ่านเรื่อยๆ

รักนัยกับอู เสมอ

Anonymous said...

ช่วงนี้ เข้ามาดูทุกวันเลย
อึดอัดจริงๆ
คอยลุ้นอยู่ตลอดว่ายจะได้อ่านเมื่อไหร่
อ่านแล้วก็ลุ้นอีก ว่าผลจะเป็นอย่างไร
โอ๊ย จะบ้าตาย


thom

yo408 said...

โอ๊ะ เดาผิดทางอีกแล้วแฮะ คิดว่าตอน91 ปริศนาจะคลี่คลาย น่าติดตามจริงๆ

Anonymous said...

ดีใจจัง นัยติดต่ออูแล้ว

แต่มีเรื่องสำคัญอะไรน๊า

ลุ้นครับ

วุฒ

Anonymous said...

เย้ๆๆ อานัยยังไม่ลืมอาอู ดีใจจังที่อานัยโทรมา แสดงว่ายังคิดถึงกันอยู่นะ อิอิ ตอนหน้าเป็นยังไงหน้าลุ้นจังเลย เอาใจช่วยครับ

ปล.ขอบคุณครับที่มาเขียนต่อให้

Sea~~!!

Anonymous said...

นินิ อาอู๋ ยังตกใจลุ้น

รับเอดเมลล์ผมยัง

ขอบคุณ ขอบคุณจิงๆครับ

ที่ถ่ายทอดความรู้สึกดีๆให้แก่บุคลคลอื่น

เมื่อยามอาเขียนบทเศร้า อาเศร้า เราก้อเศร้า

เมื่อยามอาเขียนบทสุข อาสุข เราก้อพลอยสุข

แต่เมื่อถ่ายทอดมา อย่าลืมนะคับ เราพร้อมร่วมทุกร่วมสุขกับอาเสมอ

ขอขอบคุณจากดวงใจผมจิงๆครับ

น้อย

Anonymous said...

ป.ล

กูมีเรื่องสำคัญจะบอกมึง ?

ต้องเข้าห้องนี้วันละไม่ค่ำกว่า5ครั้งแน่

เหอะๆๆ

น้อย

Anonymous said...

อูครับ รีบ เขียนต่อนะครับ ทนไม่ไหวแล้วอู

Anonymous said...

เราว่านัยต้องรักอูชัวร์ แล้วทำประชดอูทุกๆ เรื่องที่อูไม่ยอมคุยด้วย นัยน้อยใจอูมากกว่าแต่นัยไม่พูด นัยเลยต้องหาทางออกด้วยการติดยา และ คบกับเกย์รุ่นพ่อ

Anonymous said...

มาแล้วครับ ร่วมประวัติศาสตร์ของอาอูแล้วครับ
รับรองว่าจะเป็นตอนที่คนอ่านมากที่สุด

หลาน Arus ของอาอู

Anonymous said...

โอ๊ก! ในที่สุดก็ติดต่อได้ หากแต่ว่าดีใจนิดๆที่ยังไม่จบ
ต่อไปตอนร้อยเลยครับอาอู!!

Gmail ก็ำได้ Hotmail ก็ได้ครับ
ปีนี้ตั้งใจว่าจะเรียนให้ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง T-T
จะทุ่มเวลาอ่านหนังสือจนตายไปข้างนึงเลยอ่ะ!!
แล้วหลานจะส่ง Mail ไปหานะครับ

หลาน Arus ของอาอู

Anonymous said...

ที่1(^_^) วันนี้ผมไปหาดูเม้นเก่ามาครับผมมาเม้นให้ลุงครั้งแรกตอนที่9วันที่31พค ลุงรู้ไหมว่าเม้นของผมอันไหน หุหุ และลุงเริ่มมีรูปถาพตอนที่2ใช่ม้า และลุงรู้ไหมว่าผมได้ที่1กี่ครั้ง อยากรู้ป่าว กิ้กๆ ลุงอูครับไอ้ที่ลุงเห็นนะแค่ตัวอย่างนะขอบอก แล้วพี่ๆเขาจะว่ามั้ยถ้าผมลงที่นี่มันยาวอะครับ

Anonymous said...

ตอนหน้า ตอนที่ ๙๒ เป็นตอนอวสานแล้วครับ ยังไงก็จบแน่ แม้จะยาวแต่ก็จะไม่ตัดเป็นสองตอนครับ จะโพสต์จันทร์หรืออังคารนี่แหละครับ ใจหายเหมือนกัน ใจหาย

เมื่อวานคนเข้าดู 676 คน ทำลายสถิติอีกแล้ว ต้องคอยดูว่าตอนอวสานจะทำลายสถิตินี้ได้หรือไม่

อาอู๋นี่ใครกันครับ ไม่รู้จัก แถวนี้มีแต่กู๋

ที่ถามว่าลุงหลานทำอะไรกัน ก็คือว่าหลานที่หนึ่งเขาเล่นซน ไปโพสต์ที่ตอนแรกของเรื่องเลย นอกจากได้ตำแหน่งที่หนึ่งของปีแล้วยังได้ตำแหน่งที่หนึ่งของเรื่องอีกด้วย

เพื่อนๆน้องๆที่ฝากดูดวง รอเรื่องอวสานก่อนแล้วจะทยอยดูให้นะครับ ตอนนี้ทำงานไม่ทันครับ ขออภัย

หลาน arus ตอบให้แล้วนะครับ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาคอมเมนต์กันครับ

อู

Anonymous said...

หลานที่หนึ่งถามสถิติมาหลายอย่าง ลุงคงต้องกลับไปนับดูก่อน แต่ถ้าหลานจะช่วยนับให้ลุงก็จะขอบคุณมาก

ลุงรู้ว่า วันที่ ๙ น่ะคอมเมนต์ไหนของหลาน เพราะมีคนเดียวที่เรียกลุง เรียกจนแก่ ขนาด arus ยังเกรงใจเรียกแค่อา

ไหนๆจะจบแล้ว หลานอยากโพสต์อะไรก็รีบโพสต์นะครับ อีกหน่อยจะไม่มีโอกาสโพสต์แล้ว

อู

Anonymous said...

อูครับ จะมีภาค3 ไหม ตอนของ ม.ปลาย อะครับอยากให้มีจังเลย

Anonymous said...

จะจบแล้วจริงๆ หรือครับ

ผมชอบเรื่องของคุณอูมากเลยนะ เล่าเรื่องได้ละเอียดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เก็บมาได้ทุกเม็ด สุดยอดจริงๆ

มีคนที่หายไปคือนายชัช ไม่รู้เป็นไงบ้าง ส่งข่าวด้วยนะ

ถ้าจบแล้วจะมีตอนต่อหรือเปล่า ชุมชนในบล็อกนี้คงเหงาน่าดู

บอย

m(Aot)m said...

อ่านแล้วบีบหัวใจทุกตอนเลยคับพี่อู ลุ้นตลอดเลยอ่ะ ตอนหน้าขอให้เรื่องคลี่คลายไปในทางที่ดีนะคับ

a said...

ขอให้ความรักช่วยคลี่คลายปัญหาทุกอย่างให้ผ่านพ้นไปด้วยดี



รู้น้อยด้อยประสบการณ์

Anonymous said...

มาเม้นอีกแล้ว
จะอวสานแล้ว นี่หมายถึงจะุไม่มีตอน 3แล้วใช่ไหมครับ
เสียดายจัง
ยังไงก็ขอบทสรุปด้วยว่า
นัย และ อู แบบโตแล้วเป็นไงบ้าง
ยังติดต่อกันอีกไหม อะไรแบบนี้
จะได้ไม่คาใจ

ขอบคุณอีกทีครับ

thom

Anonymous said...

นัยมีเรื่องอะไรจะบอกอูนะหวังว่าคงจะไม่ไช่เรื่องที่ทำให้อูเศร้าไปกว่าเดิมนะ ตอนหน้าอวสานแล้วรู้สึกใจหายจังครับ ปกติเข้ามาดูวันละหลายๆรอบ คุณอูมีเรื่องอะไรจะมาเล่าต่อหรือเปล่าครับ ผมชอบการบรรยายที่ทำให้เห็นภาพของกรุงเทพสมัยเก่า