Wednesday, July 28, 2010

ภาคสี่ (วัยแสวงหา)

เกริ่นนำ

เรื่อง “เก็บฝันไว้ให้นายที่ปลายฟ้า” นี้เป็นภาค ๔ จากเรื่อง “เรื่องของอู” โดยภาคแรก (วัยเด็ก) เป็นเรื่องราวในวัยเด็กของเพื่อนรัก ๓ คน คือ นัย ชัช และอู ขณะเรียนอยู่ชั้นประถม ส่วนภาคสอง (วัยฝัน) เป็นเรื่องราวในลำดับต่อมาเมื่อทั้งหมดต่างเติบโตเป็นวัยรุ่นและเข้าสู่ชั้นมัธยมต้นอันเป็นวัยแห่งความฝันอันสดใส

ภาคสาม (วัยแสวงหา) เป็นเรื่องราวต่อมาเมื่ออูเติบโตขึ้น เรียนอยู่ในชั้นมัธยมปลาย และตระหนักว่าตนเองเป็นเกย์ อูเติบโตในบริบทของสังคมยุคที่สังคมทั่วไปยังมองรักร่วมเพศเป็นเรื่องที่ผิดปกติ ในช่วงนั้นเป็นยุคต้นที่เอดส์แพร่ระบาด และเนื่องจากโรคนี้แพร่กระจายในหมู่ชายรักร่วมเพศ ดังนั้นจึงมีคนบางส่วนจึงเข้าใจไปผิดไปว่าเกย์เป็นต้นตอของการแพร่ของโรคเอดส์ รวมทั้งบางคนก็คิดเลยเถิดไปถึงว่าเกย์ทุกคนในที่สุดต้องจบชีวิตลงด้วยโรคมรณะนี้ ดังนั้นรักร่วมเพศจึงยิ่งกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัวและน่ารังเกียจสำหรับคนบางคน รวมทั้งพฤติกรรมทางเพศที่ผิดแปลกไปจากที่บรรทัดฐานทางสังคมกำหนดทำให้ผู้ที่เป็นรักร่วมเพศต้องถูกเยาะเย้ยและเหยียดหยาม

จากบริบทของสังคมดังกล่าว แม้อูจะตระหนักว่าตนเองเป็นเกย์ แต่บางครั้งก็ยากที่จะยอมรับในธรรมชาติของตนเองได้ อูเก็บซ่อนมันเอาไว้ในเงามืดของจิตใจ ไม่ยอมให้ใครเข้ามาพบเห็น ประกอบกับต่อมาอูได้รู้ว่าแท้ที่จริงตนเองเป็นต้นเหตุให้นัยก้าวเดินผิดพลาดในชีวิต จึงถูกติเตียนจากมโนธรรมอย่างรุนแรงตลอดมา จากเด็กที่ร่าเริงและมีผลการเรียนที่ดี อูกลายเป็นเด็กที่จมอยู่กับอดีต คิดมาก เก็บกด และผลการเรียนตกต่ำ มีปัญหากับทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนจนเกือบจะต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เด็กชายรุ่นน้องซึ่งอูคิดว่าจะมาเป็นผู้ที่เยียวยาจิตใจให้แก่ตนเองก็ได้กลายเป็นผู้ซ้ำเติมให้สภาพจิตใจของอูย่ำแย่ลงไปอีก

แต่ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ในที่สุดอูก็เริ่มเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามอดีตอันเจ็บปวดที่เคยฉุดรั้งชีวิตอูมานาน อูเรียนรู้ด้วยบทเรียนที่บุคคลผู้เป็นที่รักของอูคนแล้วคนเล่าซื้อหามาให้ด้วยราคาแห่งชีวิต จนในที่สุดอูสามารถสอบเทียบชั้น ม.๖ ได้และสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เมื่อจบชั้น ม.๕

ภาคสี่ (วัยแสวงหา) นี้เป็นเรื่องราวต่อมาเมื่ออูเติบโตขึ้นและเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย มุมมองในชีวิตของอูเริ่มเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับกาลเวลาและการเติบโต ภาพฝันในวัยเยาว์เริ่มพร่าเลือนขณะที่ภาพความเป็นจริงของชีวิตเริ่มแจ่มชัดขึ้น อูยังคงแสวงหาความหมายของชีวิตและคุณค่าของการดำรงอยู่ เพื่อที่จะดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิ พร้อมกับมีสันติสุขในจิตใจ แต่จากประสบการณ์ชีวิตในช่วงมัธยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของนัย เรื่องของบอย เรื่องของพงษ์ เรื่องของนน รวมทั้งชีวิตของอูเอง ทำให้อูพบว่าการที่จะอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิพร้อมกับการใช้ชีวิตในแบบ ‘ผู้ชายรักกัน’ นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นอูจึงยังคงต้องแสวงหาหนทางชีวิตของตนเองต่อไป

บุคคลและสถานที่ที่ปรากฏในเรื่องนี้ล้วนแต่เป็นการเขียนขึ้นจากจินตนาการทั้งสิ้น มิได้มีตัวตนอยู่จริง ดังนั้น หากมีบุคคลหรือสถานที่ในเรื่องที่เหมือนหรือคล้ายกับบุคคลหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง ขอให้ทราบว่านั่นเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด