“เฮ้ นัย เป็นไงเพื่อน” ไอ้ชิดเดินเข้ามาโอบไอ้นัย เหมือนเป็นเพื่อนสนิทกันมานมนาน “เป็นไง สบายดีนะ ขอคุยด้วยหน่อยสิ”
ไอ้นัยเพิ่งเดินเข้าห้องมา ยังไม่ทันตั้งหลักอะไร จึงถูกไอ้ชิดลากไปคุยตรงระเบียงนอกห้องอย่างง่ายดาย ไอ้นัยในตอนนั้นมันทำหน้าบอกไม่ถูก ดูแล้วสงสารมันมากเลย
ผมกับไอ้ชัชรีบเดินตามออกไป เพราะกลัวไอ้ชิดมันจะลงไม้ลงมือกับไอ้นัยอีก ส่วนเพื่อนๆในห้องบางคนก็เดินตามออกมาที่ระเบียงเช่นกัน
“พวกมึงจะออกมาทำไมวะ กูกับเพื่อนนัยมีเรื่องจะคุยกันสองคน คนอื่นไม่เกี่ยว” ไอ้ชิดพูดด้วยมาดแบบนักเลง ว่าแล้วก็ลากไอ้นัยหนีห่างออกไปอีก ผมเองก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรทำยังไงเหมือนกัน
“มึงจะรังแกไอ้นัยอีกเหรอ” ผมถาม
“อาไร้ รังแกอะไร” ไอ้ชิดแกล้งร้องเสียงสูง เหมือนกับได้ยินเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ “กูกับไอ้นัยซี้กันจะตาย จริงมั้ยพวก” ว่าแล้วไอ้ชิดก็โอบไอ้นัยแน่นขึ้น ทำท่าให้ดูเหมือนกับว่าเป็นเพื่อนรักกันเต็มประดา แต่ผมดูเหมือนกับว่ามันกำลังพยายามล็อคคอไอ้นัยมากกว่า
“เฮ้ย กูคุยกับมันแป๊ปเดียว พวกมึงไม่ต้องเสือก รับรองไม่มีใครเจ็บตัว ไม่ต้องตามมาอีกนะโว้ย” ไอ้ชิดพูด
ว่าแล้วมันก็ลากไอ้นัยไปจนถึงปีกตึกอีกด้านหนึ่ง เห็นมันคุยกับไอ้นัย แต่ไม่ได้ยินว่ามันคุยอะไรกัน สักพักมันก็กอดคอกับไอ้นัย เดินกลับมา
“กูคุยกับไอ้นัยเรียบร้อยแล้วนะเว้ย เพื่อนซี้กัน เรื่องนิดหน่อยไม่ถือสากันอยู่แล้ว ถ้าพวกมึงปากหมาไปบอกครู เฮอะ อยากตายก็ลองดู” ไอ้ชิดพูด ว่าแล้วก็ปล่อยไอ้นัยให้เป็นอิสระ
หลังจากนั้น พวกเราก็กลับเข้าไปในห้อง ไอ้ชิดเองก็เข้าไปในห้องด้วยเช่นเดียวกัน มันตีหน้าตาย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่คนอื่นๆก็ซุบซิบกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน ส่วนไอ้นัยนั้นสีหน้ามันเคร่งเครียดมากเลย ทั้งๆที่เมื่อครู่ยังดีๆอยู่
ตอนเข้าแถวเคารพธงชาติ ผมพยายามถามไอ้นัยว่าไอ้ชิดพูดว่าอะไร ผมรู้ดีว่ามันคงข่มขู่ไอ้นัย แต่ก็อยากรู้ว่ามันขู่ว่าอย่างไร ไอ้นัยไม่ยอมพูดอะไร สั่นหัวอย่างเดียว ไอ้นัยมันก็เป็นคนอย่างนี้เอง ถ้าเรื่องไหนมันไม่พูด ไปง้างปากมัน มันก็ไม่พูด
ตอนที่เข้าแถวเคารพธงชาติ ผมจึงได้รู้ความจริงจากเพื่อนๆว่า ที่จริงเพื่อนในห้องคุยกันเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับไอ้นัยในวันก่อนกันให้แซ่ดตั้งแต่เช้าแล้ว พอผมกับไอ้ชัชเดินเข้ามา มันก็เลยหยุดคุยกันเพราะว่าเกรงใจ
แต่หลังจากที่มีเรื่องไอ้ชิดเมื่อเช้า หลายๆคนก็ชักอดใจไม่ไหว เข้ามารุมซักถามเรื่องราวกับไอ้นัย เห็นไอ้นัยสีหน้าเคร่งเครียด สั่นหัวไม่ยอมตอบอยู่ท่าเดียว บรรยากาศในเช้าวันนั้น ซึ่งเป็นเช้าวันแรกหลังปีใหม่ แทนที่จะเริ่มต้นปีใหม่ด้วยบรรยากาศที่สดใส กลับกลายเป็นบรรยากาศที่อึมครึมและกดดัน
ผมเองสงสารไอ้นัยมาก รวมทั้งเครียดด้วย ที่เครียดนั้นส่วนหนึ่งเพราะเห็นไอ้นัยตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ มันคงอับอายมาก กับอีกส่วนหนึ่งเพราะเพื่อนๆพากันรุมตำหนิผม ทุกคนต่างก็บอกว่าผมวอนหาเรื่องให้ไอ้นัยเดือดร้อน
สัปดาห์นั้นทั้งสัปดาห์เป็นสัปดาห์ที่ผมเต็มไปด้วยความทุกข์ ตั้งแต่เด็กจนโตมาถึงชั้น ป.๖ ผมไม่เคยเป็นทุกข์ครั้งใดหนักหนาสาหัสเท่าครั้งนี้ ไอ้นัยเองก็มีสีหน้าเคร่งเครียด เศร้าหมองตลอดเวลา ไม่รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ ผมเองก็เข้าหน้ามันไม่ค่อยติด สถานการณ์ดูเลวร้ายไปหมด ส่วนไอ้ชิดเองกลับดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันยังคงเอะอะเฮฮา และทำตัวเป็นหัวโจกตามปกติ มันคงมั่นใจว่าไม่มีใครปากโป้งไปบอกครูเป็นแน่ ส่วนไอ้ชัชนั้น มันพยายามปลอบประโลมทั้งผมและไอ้นัยอย่างเต็มที่ ผมได้เห็นน้ำใจของมันก็คราวนี้ นี่แหละครับ ยามยากจึงจะเห็นน้ำใจกัน
- - -
เมื่อสิ้นสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม ผมรู้สึกโล่งใจขึ้น อยากให้ถึงวันเสาร์เร็วๆ เพราะวันหยุดจะได้ไม่ต้องเจอหน้าเพื่อนๆ ไม่ต้องได้ยินมันพูดถึงเรื่องเหตุการณ์ที่ผ่านมา เรื่องของไอ้นัยนั้นถูกลือกันให้แซ่ด ไม่รู้ว่าป่านนี้รู้กันไปทั้งโรงเรียนหรือยัง แต่ก็ยังโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือ ไอ้ชิดมันไม่ได้มายุ่งกับไอ้นัยหรือผมกับไอ้ชัชอีกเลย
สาเหตุอีกประการที่ทำให้ผมอยากให้ถึงวันเสาร์เร็วๆ นั่นก็คือ วันเสาร์นี้เป็นวันที่ประกาศผลการสอบเข้า ม.๑ ครับ
การประกาศผลการสอบในสมัยนั้น ก็ใช้การติดประกาศอยู่ในโรงเรียน นักเรียนทุกคนต้องมาดูผลเอง ไม่มีการโทรแจ้งผลหรือดูผลทางอินเทอร์เน็ตเหมือนเช่นทุกวันนี้ และก็เช่นเคย งานนี้คุณอาของไอ้นัยมารับผมออกจากหอไปดูผลสอบพร้อมกับไอ้นัยเหมือนเคย ส่วนไอ้ชัชนั้น แม้มันอยากจะมาดูด้วย แต่ติดที่มันไม่ได้สอบเข้า ม.๑ ที่ไหน ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องออกมาจากหอ มันก็เลยต้องอยู่โยงเฝ้าหอไปตามระเบียบ
วันนั้นเป็นวันที่ผมใจจดใจจ่อมาก เดิมทีก็ตั้งความหวังไว้บ้าง แต่ไม่ได้มากมายนัก เพราะคิดว่าตนเองไม่ได้ไปติวที่ไหน ดูหนังสือสอบเอาเอง โอกาสได้คงไม่มาก แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา ผมกลับฝากความหวังไว้กับการสอบครั้งนี้มาก อยากให้ไอ้นัยกับผมได้เข้า ม. ๑ ที่นี่ด้วยกัน เพราะคิดว่าเป็นทางออกเพียงทางเดียวที่ไอ้นัยกับจะหลีกหนีไปจากสภาพที่น่าอับอายในโรงเรียนปัจจุบันไปได้
เช้าวันเสาร์ ที่โรงเรียนมีชื่อแห่งนั้น คึกคักไปด้วยนักเรียนจำนวนมาก เป็นพันคนเลยครับ ประกาศผลการสอบติดอยู่บนกระดานในสนามฟุตบอล ที่หน้าบอร์ด เด็กและผู้ปกครองต่างเบียนกันดูบอร์ดกันแน่นขนัด เด็กบางคนดีใจยิ้มร่า บางคนก็ผิดหวังหน้าเศร้า
ผมกับไอ้นัยเบียดเสียดนักเรียนจำนวนมาก ฝ่าไปจนถึงหน้าบอร์ด แล้วก็เริ่มต้นค้นหารายชื่อตามเลขที่นั่งสอบ ไล่ไปเรื่อยๆ ...
และแล้ว ผมก็พบรายชื่อของผมอยู่ในประกาศ และถัดจากชื่อผมไปไม่มากนัก ผมก็เห็นชื่อไอ้นัยปรากฏอยู่ด้วย
ไอ้นัยกับผมสอบได้แล้ว!!!
Sunday, November 25, 2007
Subscribe to:
Posts (Atom)